วารสารวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JLSEd
<p>วารสารวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ เป็นวารสารของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่งานวิชาการของนักวิชาการ ทั้งภายในและภายนอก สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพเเละมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางการวิจัย ด้านวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายการเผยแพร่ผลงานวิชาการและผลงานวิจัย ระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายในและภายนอก<br /><br />กำหนดออกปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบับแรก เดือนมกราคม - มิถุนายน เเละฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม มีกระบวนการประเมินคุณภาพบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานั้นหรือสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน ซึ่งผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (double blinded peer-reviews)</p> <p> </p> <p>ISSN 2822-0161 (Print)<br />ISSN 2822-017X (Online)</p>คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์th-THวารสารวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์2822-0161บทบรรณาธิการ
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JLSEd/article/view/11758
ไอยเรศ บุญฤทธิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-3051An Assessment of the Students in the Independent Study Course “Fun with Science Toys”
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JLSEd/article/view/5037
<p>This study provides a blueprint for teaching an Independent Study 1 (IS 1) course. The primary objectives of this research were 1) to design an Independent Study 1 (IS 1: Research and Knowledge Formation) course, “Fun with Science Toys,” using participatory action research (PAR); and 2) to evaluate ten Mini-English Program (MEP) seventh-graders in this course using a hybrid grading system combining numerical and pass/fail (S/U) grades, as proposed by Amer et al. (2023). The research instrument utilized was an assessment scheme designed specifically for the course. Data were collected and analyzed in accordance with PAR principles, consisting of planning (P), action (A), and reflection (R) stages, followed by the hybrid grading assessment. The results revealed that the IS 1 course design should place a greater emphasis on assessment for learning rather than traditional testing. Furthermore, the findings concluded that in the absence of midterm and final examinations (which account for 40%), a pass/fail (S/U) grading system can effectively replace the numeric system.</p>Thoseporn Sophitthammakun
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-3051116การวิเคราะห์องค์ประกอบของวัฒนธรรมโรงเรียนที่ส่งเสริมให้ครูเรียนรู้ตลอดชีวิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JLSEd/article/view/11275
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจของวัฒนธรรมโรงเรียนที่ส่งเสริมให้ครูเรียนรู้ตลอดชีวิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล และ 2) ศึกษาระดับวัฒนธรรมโรงเรียนที่ส่งเสริมให้ครูเรียนรู้ตลอดชีวิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน การวิจัย คือ ครูผู้สอนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล จำนวน 331 คน ซึ่งเป็นขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ยอมรับได้ตามเกณฑ์ Hair et al. (2010) และใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบกำหนดโควตา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ .968 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบของวัฒนธรรมโรงเรียนที่ส่งเสริมให้ครูเรียนรู้ตลอดชีวิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล สามารถสกัดได้ 5 องค์ประกอบหลัก รวม 36 ตัวแปร ซึ่งสามารถอธิบายความแปรปรวนสะสมได้ร้อยละ 69.359 ประกอบด้วย (1) การถ่ายทอดค่านิยมร่วมทางวิชาชีพผ่านการยกย่องต้นแบบความสำเร็จ (2) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา (3) การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพภายใต้บรรยากาศกัลยาณมิตร (4) การบริหารงานแบบกระจายอำนาจที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และ (5) การนำตนเองในการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายสถานศึกษา 2) ระดับวัฒนธรรมโรงเรียนที่ส่งเสริมให้ครูเรียนรู้ตลอดชีวิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล โดยภาพรวมและรายองค์ประกอบอยู่ในระดับมาก โดยองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การนำตนเองในการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายสถานศึกษา ในขณะที่องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา</p>นาดีรา นุงอาหลีชวลิต เกิดทิพย์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-30511732การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำวิเศษณ์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA MODEL ร่วมกับเกมบิงโก สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสงขลา
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JLSEd/article/view/10019
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำวิเศษณ์ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA Model ร่วมกับเกมบิงโก 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำวิเศษณ์ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA Model ร่วมกับเกมบิงโก และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 6 คน การวิจัยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องคำวิเศษณ์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA Model ร่วมกับเกมบิงโก จำนวน 5 แผน ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 10 ชั่วโมง และการทดสอบก่อนและหลังเรียนรวม 2 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนอยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.83 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.98 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA Model ร่วมกับเกมบิงโกโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.49</p>อามีเราะห์ การีโสภณ ชัยวัฒนกุลวานิชพัชยากรณ์ พูลเกตุ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-30513350