วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU <p><strong>วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี </strong></p> <p><strong>กำหนดออก</strong> : 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong> : <br /> วารสารมีนโยบายรับตีพิมพ์บทความเพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัยที่เป็นองค์ความรู้สำคัญในศาสตร์สาขาวิชาด้านการบริหารธุรกิจ การจัดการ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจและสารสนเทศ การตลาด การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และนิเทศศาสตร์ นำไปสู่การประยุกต์ใช้ ต่อยอด และพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น สังคม</p> <p> เพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งทางวิชาการให้กับ คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ในศาสตร์สาขาวิชาทางด้านวิทยาการจัดการ ก่อให้เกิดประโยชน์ คุณค่า สร้างการยอมรับในสังคม</p> <p><img src="https://so07.tci-thaijo.org/public/site/images/fmsuru2018/70g-0.jpg" alt="" width="580" height="372" /></p> <p> </p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นลิขสิทธิ์ของ<strong>มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์<br /></strong>บทความที่ลงตีพิมพ์ใน<strong> วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ </strong>ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน คณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง</p> <pre id="tw-target-text" class="tw-data-text tw-text-large tw-ta" dir="ltr" data-placeholder="Translation" aria-label="Translated text" data-ved="2ahUKEwi0iKTEkZeIAxUY1DgGHWP5FXAQ3ewLegQIBxAU"><span class="Y2IQFc" lang="th">ผู้เขียนที่ตีพิมพ์ ยอมรับเงื่อนไขต่อไปนี้: - ผู้เขียนรักษาลิขสิทธิ์และให้สิทธิ์วารสารในการตีพิมพ์ครั้งแรกพร้อมกับผลงานที่ได้รับใบอนุญาตพร้อมกันภายใต้ <a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/">Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)</a> ที่อนุญาตให้ผู้อื่นแบ่งปันผลงานโดยรับทราบถึงผลงานของผู้เขียนและ การตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารนี้ - ผู้เขียนสามารถทำข้อตกลงเพิ่มเติมตามสัญญาแยกต่างหากสำหรับการเผยแพร่ผลงานฉบับตีพิมพ์ของวารสารแบบไม่ผูกขาด (เช่น โพสต์ลงในพื้นที่เก็บข้อมูลของสถาบันหรือตีพิมพ์ในหนังสือ) โดยรับทราบการตีพิมพ์ครั้งแรก ในวารสารนี้ - ผู้เขียนได้รับอนุญาตและสนับสนุนให้โพสต์ผลงานของตนทางออนไลน์ (เช่น ในคลังข้อมูลของสถาบันหรือบนเว็บไซต์) ก่อนและระหว่างขั้นตอนการส่งผลงาน เนื่องจากอาจนำไปสู่การแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิผล ตลอดจนการอ้างอิงงานที่ตีพิมพ์เร็วขึ้นและมากขึ้น</span></pre> fms.uru2018@gmail.com (อาจารย์ ดร.ฐิติวรดา แสงสว่าง) fms.uru2018@gmail.com (อาจารย์ ดร.เฉวียง วงค์จินดา) Thu, 25 Dec 2025 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ปัจจัยด้านการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวายในจังหวัดกำแพงเพชร https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8466 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้บริโภคเจนเนอเรชันวายจังหวัดกำแพงเพชร 2) ศึกษาปัจจัยด้านการใช้งานแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวาย ในจังหวัดกำแพงเพชร 3) เปรียบเทียบปัจจัยด้านการใช้งานแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวายในจังหวัดกำแพงเพชร ตามอาชีพของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวาย โดยใช้การสำรวจด้วยแบบสอบถามกับ กลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นวาย จังหวัดกำแพงเพชรที่ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางการตลาดโซเชียลมีเดีย จำนวน 324 คน โดยสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบความแปรปรวน ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรม ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้บริโภคเจนเนอเรชันวาย ที่เลือกซื้อมากที่สุดคือ แพลตฟอร์มซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย SHOPPEE TIKTOK ความถี่ในการซื้อสินค้าผานโซเชียลมีเดีย 1-2 ครั้ง / เดือน และ 3 -5 ครั้ง / เดือน ค่าใช้จ่ายกับการซื้อสินค้าออนไลน์ต่อครั้ง 500 – 1,000 บาท ประเภทสินค้าที่ซื้อผ่านออนไลน์คือสินค้าใช้ในบ้าน และสินค้า เพื่อสุขภาพ 2) ปัจจัยด้านการใช้งานแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค เจเนอเรชั่นวาย ในจังหวัดกำแพงเพชรในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยปัจจัยด้านความปลอดภัยของข้อมูลและการทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้านข้อมูลการบริการที่ครบถ้วน ด้านการออกแบบแพลตฟอร์มที่สวยงาม ด้านข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน ด้านการใช้ง่ายของแพลตฟอร์ม และด้านการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจตามลำดับ 3) ผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวายในจังหวัดกำแพงเพชรที่มีอาชีพแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านการใช้งานแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในทุกด้านมีความแตกต่างอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> เพชรา บุดสีทา, อณุธิตา จันทร์สงเคราะห์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8466 Thu, 25 Dec 2025 00:00:00 +0700 การวางแผนการเงินส่วนบุคคลเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8142 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการวางแผนการเงินส่วนบุคคลของประชาชนในครัวเรือนตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนในครัวเรือนจำนวน 369 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วย วิธี Scheffe</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนที่มีเพศแตกต่างกันมีการวางแผนการเงินส่วนบุคคลในทุกด้านไม่แตกต่างกัน ขณะที่ประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และค่าใช้จ่ายของครัวเรือนต่อเดือนแตกต่างกันมีการวางแผนการเงินส่วนบุคคลในทุกด้านแตกต่างกัน นอกจากนี้ ประชาชนที่มีสถานภาพสมรสและภาระหนี้สินของตนเองและครอบครัวแตกต่างกันมีการวางแผนการเงินส่วนบุคคลด้านการซื้อสินทรัพย์และด้านการเตรียมการเกษียณแตกต่างกัน ในขณะที่ประชาชนที่มีจำนวนสมาชิกในครอบครัวแตกต่างกันมีการวางแผนการเงินส่วนบุคคลด้านการออมและการลงทุนแตกต่างกัน</p> ขวัญสุดา พรมบุญ, ปิยะดา พาคำกอง, อณิมา ขันตากลิ่น, สุมินทร เบ้าธรรม, ดวงฤดี อู๋, จิราภา ชาลาธราวัฒนุ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8142 Thu, 25 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับสื่อดิจิทัลกับการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัลของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8556 <p> การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อดิจิทัล ศึกษาพฤติกรรมการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัล และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อดิจิทัลกับการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัลของประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน จำนวน 400 คน จากประชากรในจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็นกลุ่มอายุ 20-24 ปี อายุ 25-59 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์</p> <p> ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการเปิดรับสื่อดิจิทัลในชีวิตประจำวันทุกวัน คิดเป็นร้อยละ 86.50 โดยมีระยะเวลาในการเปิดรับสื่อดิจิทัลมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.50 กลุ่มตัวอย่างมีการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัลโดยรวมอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 3.95 และ S.D. = 0.74) โดยกลุ่มตัวอย่างใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัลเพื่อความบันเทิงมากที่สุด และผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับสื่อดิจิทัลกับการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัล พบว่า มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำ (r = 0.228) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ</p> พิเชษฐ์ ศิริรัตนไพศาลกุล, อัญมณี ภักดีมวลชน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8556 Thu, 25 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลกระทบของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงพลิกผันที่มีผลกระทบในทางบวกต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/9189 <p> งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงพลิกผันต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการนำเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงพลิกผันที่มีผลต่อโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีตำแหน่งเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นกลุ่มตัวอย่าง และเมื่อผ่านกระบวนการ Data cleaning ทำให้ได้ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ทั้งหมด 393 ท่าน จากนั้นได้ทำการวิเคราะห์ด้วยรูปแบบของ การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลของการศึกษาผลการวิจัยพบว่าพบว่าเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงพลิกผันมีผลกระทบในทางบวกต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงพลิกผันมีผลกระทบในทางบวกต่อทำให้มีการทำงานง่ายขึ้น และการทำงานมีความรวดเร็ว</p> ศิริชัย โชติสิริเมธานนท์, เพ็ญศิริ โพริย้า, ศุภสิทธิ์ สมศรีใส, กัลยรัตน์ คำพรม ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/9189 Thu, 25 Dec 2025 00:00:00 +0700 เทคโนโลยีการเงินดิจิทัลในธุรกิจร้านอาหารสีเขียว https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8526 <p> ในบริบทที่ความยั่งยืนกลายเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีการเงินดิจิทัลได้แสดงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารสีเขียวให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านการลดการใช้ทรัพยากรกระดาษ การส่งเสริมพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีจิตสำนึก และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการทางการเงิน บทความนี้มุ่งวิเคราะห์บทบาทการใช้เทคโนโลยีการเงินดิจิทัลในสามมิติหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีบล็อกเชน การเงินดิจิทัลสีเขียว และปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการจัดการบัญชีแบบเรียลไทม์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยในการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน</p> <p> จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ พบว่า บทบาทการใช้เทคโนโลยีการเงินดิจิทัลที่เหมาะสมควรประกอบด้วย 1) การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เอื้อต่อความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ประกอบการ ลูกค้า และหน่วยงานกำกับดูแล 2) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและการพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในระบบใหม่ 3) การบูรณาการระบบการเงินดิจิทัลเข้ากับมาตรการ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นต์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่ยั่งยืน และ 4) การออกแบบระบบรางวัลและสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลในธุรกิจร้านอาหารสีเขียวอย่างแพร่หลาย</p> นฤศร มังกรศิลา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/8526 Thu, 25 Dec 2025 00:00:00 +0700