https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/issue/feed
วารสารสังคมพัฒนศาสตร์
2026-03-18T13:18:55+07:00
นายอนุชิต ปราบพาล
natthaphong.jan@mcu.ac.th
Open Journal Systems
<p> <strong>วารสารสังคมพัฒนศาสตร์</strong> เป็นวารสารวิชาการของวัดสนธิ์ (นาสน) ตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการค้นคว้าและนำเสนอองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ โดยการเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการแก่นักวิจัยนักวิชาการ คณาจารย์และนักศึกษา ในมิติเพื่อสนับสนุนการศึกษา การสอน การวิจัยในมหาวิทยาลัยสงฆ์รวมถึงคณะสงฆ์ไทย และสถาบันภายนอก รวมทั้งนักวิชาการและผู้สนใจ โดยเน้นสาขาวิชาเกี่ยวกับ การพัฒนาชุมชม การพัฒนาสังคม ศิลปะทั่วไปและมนุษยศาสตร์ ศาสนศึกษา ธุรกิจทั่วไป การจัดการและการบัญชี สังคมศาสตร์ทั่วไป การศึกษา รวมถึงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และและศาสตร์แห่งการพัฒนา โดยรับพิจารณาตีพิมพ์ต้นฉบับของบุคคลหรือองค์กร ทั้งภายในและภายนอกวัด เปิดรับบทความเฉพาะภาษาไทย ประเภท บทความวิจัย และ บทความวิชาการ</p> <p> บทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารสังคมพัฒนศาสตร์จะต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย 2 ท่าน ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Double blind peer-reviewed) ผลงานที่ส่งมาจะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความวิชาการหรือบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร อย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสาร ทัศนะและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น มิใช่ความคิดของคณะผู้จัดทำ และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ทั้งนี้กองบรรณาธิการไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการคัดลอก แต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา</p> <p><strong>วารสารสังคมพัฒนศาสตร์</strong> มีกำหนดออกเผยแพร่ปีละ 12 ฉบับ (รายเดือน)*</p> <table width="100%"> <tbody> <tr> <td width="32%"> <p>ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม</p> </td> <td width="35%"> <p>ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์</p> </td> <td width="31%"> <p>ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม</p> </td> </tr> <tr> <td width="32%"> <p>ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน</p> </td> <td width="35%"> <p>ฉบับที่ 5 เดือนพฤษภาคม</p> </td> <td width="31%"> <p>ฉบับที่ 6 เดือนมิถุนายน</p> </td> </tr> <tr> <td width="32%"> <p>ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม</p> </td> <td width="35%"> <p>ฉบับที่ 8 เดือนสิงหาคม</p> </td> <td width="31%"> <p>ฉบับที่ 9 เดือนกันยายน</p> </td> </tr> <tr> <td width="32%"> <p>ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม</p> </td> <td width="35%"> <p>ฉบับที่ 11 เดือนพฤศจิกายน</p> </td> <td width="31%"> <p>ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม</p> </td> </tr> </tbody> </table> <p><em>*มีผลตั้งแต่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป</em></p>
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/10536
การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่สร้างความรู้ด้วยตนเอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2026-03-09T15:05:44+07:00
จารุวรรณ ดวงศิริ
jaruwan.d@ubru.ac.th
ธีรวุฒิ เอกะกุล
Jaruwan.d@ubru.ac.th
วีระศักดิ์ แก่นอ้วน
Jaruwan.d@ubru.ac.th
<p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่สร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิเคราะห์ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลก่อนและหลังปฏิบัติการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่สร้างความรู้ด้วยตนเอง วิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 66 คน โดยผู้วิจัยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยที่ใช้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง โดยมีค่าของผลการประเมินความสอดคล้อง ตั้งแต่ 4.4 - 5 และแบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์เรื่อง เศษส่วน ซึ่งมีผลการวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธี Lovett มีค่าเท่ากับ 0.82 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการตามแนวคิดของ Lewin โดยดำเนินการเป็น 4 วงรอบ (Spiral) ซึ่งแต่ละวงรอบประกอบด้วยการวางแผน การปฏิบัติการ การสังเกต และการสะท้อนผล ทดสอบสมมติฐาน โดย The Wilcoxon signed - rank test ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่สร้างความรู้ด้วยตนเอง ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดีขึ้นตามลำดับในแต่ละวงจร สามารถการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ 2) เปรียบเทียบผลการปฏิบัติการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่สร้างความรู้ด้วยตนเอง วิชาคณิตศาสตร์ พบว่า คะแนนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.652 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 73.26 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 60 พบว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (Z = -6.748, p < .001)</p>
2026-03-18T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมพัฒนศาสตร์