https://so07.tci-thaijo.org/index.php/LiberalJ/issue/feed
วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลพระนคร
2026-02-18T08:55:39+07:00
Dr.Maythika Puangsang
j_larts@rmutp.ac.th
Open Journal Systems
<p><strong>ที่ปรึกษา</strong></p> <p>ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร<br />ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดี<br />ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชรพงษ์ สูงปานเขา รักษาราชการแทนคณบดีคณะศิลปศาสตร์ <br />ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผกามาศ ชัยรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะศิลปศาสตร์</p> <p> </p>
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/LiberalJ/article/view/9078
การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน สำหรับหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น รายวิชางานซ่อมรถจักรยานยนต์หัวฉีด วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง
2025-09-16T19:48:28+07:00
รุ่งอรุณ พรเจริญ
Rungaroon.s@rmutp.ac.th
ดุลยทรรศน์ เงาวิจิตร
rungaroon.s@rmutp.ac.th
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของ ผู้เข้าอบรมต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน รายวิชางานซ่อมรถจักรยานยนต์หัวฉีด หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้เข้าอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น สาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง ที่ลงทะเบียนเรียนในรุ่น 187/2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 20 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นกำหนดปัญหา ขั้นทำความเข้าใจปัญหา ขั้นดำเนินการศึกษาค้นคว้า ขั้นสังเคราะห์ความรู้ ขั้นสรุปและประเมินค่าของคำตอบ และขั้นเสนอและประเมินผลงาน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน 6 ขั้นตอนทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถระบุปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมนำเสนอผลงานได้อย่างมีหลักการ โดยความรู้ผ่านประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เมื่อทำการวิเคราะห์แบบทดสอบท้ายบท พบว่า ผู้เข้าอบรมมีคะแนนเฉลี่ย 76.17 อยู่ในเกณฑ์ดี 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่พัฒนาขึ้นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐานอยู่ในระดับมาก ( = 4.50, SD = 0.55)</p>
2026-02-17T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลพระนคร
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/LiberalJ/article/view/9680
การพัฒนาต้นแบบโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเลพื้นที่บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
2025-12-19T21:52:15+07:00
กุลยศ สุวันทโรจน์
kullayot.s@rmutp.ac.th
พลรัชต์ บุญมี
polrut.b@rmutp.ac.th
ปฏิวัติ คมวชิรกุล
patiwat.k@rmutp.ac.th
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและพัฒนาต้นแบบโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน 2) พัฒนาชุมชนต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแก้ปัญหาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเลภายใต้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ 3) วิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมจากการใช้นวัตกรรมโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดต่อเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเล ใช้กระบวนการออกแบบเชิงแนวคิดผสานกับแนวคิดเทคโนโลยีที่เหมาะสมและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การมีส่วนร่วมของชุมชน กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเล ผู้นำชุมชน นักวิชาการท้องถิ่น และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมจำนวน 20 คน ซึ่งคัดเลือกโดยใช้หลักเกณฑ์ที่กำหนด ผลการวิจัยพบว่า</p> <p> นวัตกรรมโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดซึ่งใช้แหล่งพลังงานความร้อนอย่างน้อย 2 แหล่งร่วมกัน สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในกระบวนการอบแห้งได้อย่างมีเสถียรภาพทำให้ลดความชื้นของหมึกกล้วยและหมึกสายได้ตามค่าที่ต้องการคุณภาพสีของผลิตภัณฑ์อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ประกอบการยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาด ต้นทุนการแปรรูปหมึกแห้งเฉลี่ยลดลงจาก 296.48 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ291.10 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 5.38บาทต่อกิโลกรัมหรือคิดเป็นร้อยละ1.81ขณะที่ผลผลิตต่อตารางเมตรเพิ่มขึ้นจาก 182 บาทต่อตารางเมตร เป็น 248.50 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 66.50 บาทต่อตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 36.50 ส่งผลให้ผลประโยชน์รวมจากการใช้นวัตกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.97 โดยมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เท่ากับร้อยละ 20.23 และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) เท่ากับ 2.17 เท่า คิดเป็นมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวม 318,520.80 บาท ภายในระยะเวลา 7 เดือนของการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งผลลัพธ์บ่งชี้ว่า นวัตกรรมโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริด ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเชิงกายภาพแต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเลอย่างยั่งยืน</p>
2026-02-17T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลพระนคร