สยามวิชาการ https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba <p><strong>สยามวิชาการ (SIAM ACADEMIC REVIEW)</strong> ISSN : 1513-1076 เป็นวารสารวิชาการของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมทางด้านการบริหารธุรกิจ การจัดการ การเงิน การธนาคาร การตลาด เศรษฐศาสตร์ และการบัญชี มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิชาการ ตลอดจนเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนความรู้ในสาขาข้างต้นของคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป</p> th-TH <p>ผู้เขียนบทความ และผู้นำส่งบทความ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ สิทธิ์แห่งความเป็นเจ้าของบทความ สิทธิ์แห่งการได้มาซึ่งบทความ สิทธิ์ของการได้มาซึ่งข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในบทความ สิทธิ์ของการใช้เครื่องมือเพื่อการประมวลผล หรือสิทธิ์อื่นใดอันเกี่ยวข้องกับบทความ วารสาร “สยามวิชาการ” เป็นผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้นำบทความออกเผยแพร่โดยสุจริตเท่านั้น สิทธิ์ทั้งปวงอันเกี่ยวข้องกับบทความยังเป็นของเจ้าของสิทธิ์อยู่ สิทธิ์นั้นไม่ได้ถูกถ่ายโอนมาเป็นของวารสารฯ แต่อย่างใด</p> <p>ข้อความที่ปรากฏอยู่ในบทความนั้น ถือเป็นทัศนะอิสระของผู้เขียน โดยผู้เขียนแต่ละท่านให้การรับรองว่าบทความของตนมิได้ละเมิดลิขสิทธิ์อันเป็นของผู้อื่น วารสารฯ และ ผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองบทความ เป็นแต่เพียงผู้ให้ความเห็นเรื่องคุณภาพของเนื้อหา และความเหมาะสมของรูปแบบการนำเสนอเท่านั้น วารสารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม และ ผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองบทความ ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อข้อความใดๆ อันเกิดจากทัศนะ และสิทธิ์ในการตีพิมพ์และเผยแพร่ของผู้เขียน</p> suchanon@siam.edu (ดร.พรชัย มงคลวนิช) suchanon@siam.edu (สุชานน แต่งศรีวรรณ) Tue, 09 Aug 2022 08:57:15 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวรถอาร์วีในประเทศไทย https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/358 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพของการท่องเที่ยวด้วยรถอาร์วีในประเทศไทย ตลอดจนแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวด้วยรถอาร์วี เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยรถอาร์วี เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิทยาแบบชาติพันธุ์วรรณาดิจิทัล (Netnography) และการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 5 คน ร่วมกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และศักยภาพของการการท่องเที่ยวด้วยรถอาร์วี (SWOT Analysis) เพื่อนำมาวิเคราะห์กลยุทธ์ด้วยเมทริกซ์ TOWS ผลการศึกษาพบว่า การท่องเที่ยวด้วยรถอาร์วีในประเทศไทยยังน้อย ด้วยข้อจำกัดด้านการขับขี่ จุดจอดรถค้างแรม และราคารถอาร์วีที่มีราคาสูงสวนทางกับกระแสความต้องการท่องเที่ยวด้วยรถอาร์วีของนักท่องเที่ยวไทย เนื่องจากรถอาร์วีมีความสะดวกสบาย ปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัวโดยไม่ต้องเดินทางร่วมกับบุคคลแปลกหน้า ตอบโจทย์รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่ อย่างไรก็ตามผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทาง การพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยรถอาร์วี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน</p> ชนะใจ ต้นไทรทอง, วงศ์ลัดดา วีระไพบูลย์ Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยสยาม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/358 Tue, 28 Jun 2022 00:00:00 +0700 กลยุทธ์การขยายธุรกิจและการเติบโตของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยในยุคความปรกติใหม่ (New Normal) https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/363 <p>บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และอธิบายรูปแบบการขยายธุรกิจขององค์การผ่านกลยุทธ์การเติบโต (Growth Strategy) ในรูปแบบต่างๆ &nbsp;เพื่อศึกษาสภาพการแข่งขันและการปรับตัวในระดับองค์การ ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการพิมพ์ในประเทศไทย ภายใต้บริบทของดิจิทัล ดิสรัปชั่น และ ความปรกติใหม่ (New Normal) และ เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์การเติบโตของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ภายใต้บริบทของนวัตกรรมการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากการทำกลุ่มสนทนา (Focus Group) กับผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 13 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในวิสาหกิจการพิมพ์ในประเทศไทย</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ในสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่ามกลางบริบทของความปรกติใหม่ และ ผลกระทบจาก ดิจิทัล ดิสรัปชั่น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการพิมพ์มีการปรับใช้กลยุทธ์การเติบโตในรูปแบบต่างๆครอบคลุมทั้ง 1)กลยุทธ์การเติบโตด้วยการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาด (Intensive Growth Strategy)&nbsp; 2)กลยุทธ์การเติบโตด้วยการขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ผ่านการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ (Integrative Growth Strategy) และ 3)กลยุทธ์การเติบโตที่กระจายการลงทุนไปสู่ธุรกิจอื่นๆ (Diversification Growth Strategy)</p> <p>ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์หลักๆที่มาจากผลการวิจัยมีดังนี้ 1)การมุ่งประเด็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ด้านเทคโนโลยี และ การมีฐานคติ หรือ โลกทัศน์ (Mindset) ของผู้บริหารและบุคคลากรที่ตอบรับต่อกระแสโลกดิจิทัล และ วิถีชีวิตยุคความปรกติใหม่&nbsp; 2)การสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการร่วมกัน ในกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและกลุ่มการค้าอื่นๆที่เกี่ยวข้องในรูปแบบของการผนึกพลังร่วม (Synergy) และ&nbsp; 3)เทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการการพิมพ์จำเป็นต้องนำมาปรับใช้เพื่อความอยู่รอดในอนาคต ควรต้องผ่านการวิเคราะห์แล้วว่าจะสามารถตอบสนองกับกลุ่มลูกค้าและตลาดใหม่ๆในอนาคตได้</p> <p>&nbsp;</p> <p><strong><em>คำสำคัญ</em></strong><strong><em>:</em></strong> <em>อุตสาหกรรมการพิมพ์</em><em>,</em><em> กลยุทธ์การเติบโต</em><em>,</em><em> ดิจิทัล ดิสรัปชั่น</em><em>,</em><em> ความปรกติใหม่</em></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> เทพภวัน เทียนเจริญ, ไชยนันท์ ปัญญาศิริ Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยสยาม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/363 Tue, 28 Jun 2022 00:00:00 +0700 กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดส่งออกเครื่องสำอางผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของประเทศไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/807 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด เปรียบเทียบระดับกลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดของผู้ส่งออกไทยในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าไปยังกลุ่มอาเซียนและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดของผู้ส่งออกไทยในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าไปยังกลุ่มอาเซียนยอดการส่งออกสินค้า ประชากร คือ ผู้แทนกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าหรือโรงงานผลิตเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าตั้งอยู่ในประเทศไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข ทั้งหมด 2,329 แห่ง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 342 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้คือความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบจำแนกทางเดียวและการวิเคราะห์ไคสแควร์&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดของผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าในกลุ่มประเทศอาเซียนภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ผู้ประกอบการที่มีขนาดของธุรกิจระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจและรูปแบบการดำเนินธุรกิจแตกต่างกันมีกลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดภาพรวมของผู้ส่งออกไทยในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดมีความสัมพันธ์กับยอดการส่งออกเฉลี่ย 2 ปีที่ผ่านมาและการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 2 ปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 &nbsp;</p> พธิดา โขงรัมย์ Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยสยาม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/807 Tue, 28 Jun 2022 00:00:00 +0700 วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030: โอกาสและความท้าทายของตลาดแรงงานไทย https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/958 <p>การปฏิรูปประเทศครั้งประวัติศาสตร์ตามวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซาอุดีอาระเบียกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตสู่ระดับปกติอย่างสมบูรณ์กับไทยหลังปมร้าวนานกว่า 30 ปี ความมุ่งมั่นอันสูงสุดเพื่อลดการพึ่งพารายได้หลักจากน้ำมันและสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจทำให้ซาอุดีอาระเบียต้องการแรงงานต่างชาติหลายล้านคนในโครงการพัฒนาต่างๆ การเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมานแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในวันที่ 25-26 มกราคม พ.ศ. 2565 นำมาซึ่งโอกาสในการสร้างความร่วมมือและการพัฒนาร่วมกันในหลายด้านระหว่างสองประเทศ และหนึ่งในนั้นคือข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงาน การกลับมาสร้างความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างประเทศนับเป็นโอกาสอันสดใสของแรงงานไทยในการกลับเข้าไปทำงานในซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีความท้าทายต่างๆ ที่ต้องรับมือ ดังนั้นการจัดส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบียจะประสบความสำเร็จเพียงใดขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นอย่างจริงจังทั้งระดับภาครัฐและระดับบุคคล</p> อริสรา อัครพิสิฐ Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยสยาม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/958 Tue, 28 Jun 2022 00:00:00 +0700 จริยธรรมผู้แทนขายมีอิทธิพลต่อคุณภาพความสัมพันธ์ของลูกค้าเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/1076 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาจริยธรรมผู้แทนขายที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพความสัมพันธ์กับลูกค้าเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน (2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรมผู้แทนขายกับคุณภาพความสัมพันธ์กับลูกค้าเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน และ (3) เพื่อวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอนของจริยธรรมผู้แทนขายที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพความสัมพันธ์กับลูกค้าเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ปฏิบัติงานประจำห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย จำนวน 400 ตัวอย่าง โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาความสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน และการสร้างสมการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณด้วยวิธี Stepwise</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษา พบว่า ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติงานทางการแพทย์ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุอยู่ในช่วงอายุ 31 –35 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001–30,000 บาท และมีประสบการณ์การทำงาน 4-6 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จริยธรรมผู้แทนขายที่ส่งผลเชิงบวกต่อคุณภาพความสัมพันธ์ของลูกค้าเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน มากที่สุด คือ ด้านความซื่อสัตย์ รองลงมา คือ ด้านคุณธรรม และด้านความยุติธรรม และสามารถเขียนเป็นสมการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ได้ดังนี้</p> <p>คุณภาพความสัมพันธ์ของลูกค้าเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน = 1.415 + 0.225 ด้านความซื่อสัตย์ + 0.162 ด้านคุณธรรม + 0.225 ด้านความยุติธรรม</p> รัตนา ชัยกัลยา Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยสยาม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/1076 Tue, 28 Jun 2022 00:00:00 +0700 A Probit Model and Probability of Monetary Policy Decision: Thailand Case https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/799 <p>บทความนี้ต้องการสร้างแบบจำลองโพรบิตเพื่อทำการทดสอบว่า ปัจจัยสำคัญใดส่งผลกระทบต่อความน่าจะเป็นในการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงิน จากนั้นจึงนำแบบจำลองโพรบิตมาทำนายความน่าจะเป็นในการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินภายใต้อัตราเงินเฟ้อและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กำหนดมาให้ ผลการศึกษาพบว่า การเปลี่ยนแปลงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีผลกระทบเชิงลบต่อความน่าจะเป็นในการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีขนาดเพิ่มขึ้น ความน่าจะเป็นของการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจะมีค่าลดลง ผลการศึกษาที่ได้สอดคล้องกับแนวคิดทางทฤษฎี ทั้งนี้เพราะนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายช่วยเพิ่มรายได้ประชาชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มระดับราคาทั่วไปทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ยิ่งการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีขนาดเพิ่มขึ้น ภาวะเงินเฟ้อก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น เป็นเหตุให้ความน่าจะเป็นในการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายลดลง</p> Varunya Suksawang, Pichit Eamsopana, Pratya Pinmanee, Surachai Pattarabanjird Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยสยาม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba/article/view/799 Sat, 06 Aug 2022 00:00:00 +0700