ภาวะผู้นำทางการบริหารการศึกษา กับการรับมือภาวะวิกฤตในยุคปัญญาประดิษฐ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในหลายมิติ ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ การบริหารจัดการสถานศึกษา และการตัดสินใจเชิงนโยบาย ส่งผลให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนในรูปแบบใหม่ บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับภาวะผู้นำทางการบริหารการศึกษาที่เหมาะสมต่อการรับมือภาวะวิกฤตในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้การทบทวนวรรณกรรมเชิงบูรณาการจากเอกสารวิชาการ งานวิจัย และรายงานขององค์กรวิชาชีพระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำ การบริหารวิกฤต การบริหารการเปลี่ยนแปลง ภาวะผู้นำดิจิทัล และจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์
ผลการสังเคราะห์พบว่า ภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นในบริบทการศึกษาอันเป็นผลจากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สามารถจำแนกได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่ วิกฤตเชิงนโยบายและกฎระเบียบ วิกฤตเชิงองค์กรและโครงสร้าง วิกฤตเชิงวิชาชีพของครูและบุคลากร และวิกฤตเชิงผู้เรียนและความเท่าเทียมทางการศึกษา ซึ่งแต่ละระดับต้องการแนวทางการบริหารและภาวะผู้นำที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ผลการสังเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารสถานศึกษาในยุค AI จำเป็นต้องมีความสามารถในการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ บริหารการเปลี่ยนแปลง ตัดสินใจบนฐานข้อมูล กำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
จากการสังเคราะห์องค์ความรู้ ผู้เขียนนำเสนอกรอบแนวคิด WISDOM Leadership Model ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ดิจิทัลรอบด้าน ความรู้และปัญญา ความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจบนฐานข้อมูล จริยธรรมองค์กร และการพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาอย่างสมดุลระหว่างนวัตกรรม เทคโนโลยี และคุณค่าความเป็นมนุษย์