พลวัตการขับเคลื่อนพลังทางสังคมเพื่อการสืบสาน และสร้างสรรค์ประเพณีท้องถิ่นในลุ่มน้ำตาปี

Main Article Content

พระอธิการสุริยพงษ์ อชิโต (ศรีเทพ)

บทคัดย่อ

บทความนี้ศึกษากระบวนการขับเคลื่อนพลังทางสังคมเพื่อการสืบสานและสร้างสรรค์ประเพณีท้องถิ่นลุ่มน้ำตาปี ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองและกระแสโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลให้ประเพณีดั้งเดิมเผชิญกับภาวะวัฒนธรรมประดิษฐ์และการขาดช่วงของคนรุ่นใหม่ ผลทบทวนวรรณกรรม พบว่า การธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพางบประมาณภาครัฐในลักษณะบนลงล่าง ไปสู่การใช้ “พลังทางสังคม” ซึ่งประกอบด้วยทุนทางสังคมแบบผูกพัน และทุนทางสังคมแบบสะพาน โดยมีกลไกขับเคลื่อนสำคัญ 3 ระดับ คือ ระดับปัจเจกที่เน้นการสร้างจิตสำนึก ระดับกลุ่มและองค์กรที่ใช้บรรทัดฐานทางสังคมกำกับดูแล และระดับเครือข่ายเชิงพื้นที่ที่บูรณาการภาคี “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน-ราชการ) พลวัตการขับเคลื่อนในปัจจุบันมีการปรับตัวผ่าน 5 กลุ่มพลังหลัก ได้แก่ ชุมชน ภาครัฐ ภาคประชาสังคม สถาบันศาสนา และภาคเอกชน โดยมีการตีความใหม่ทางวัฒนธรรม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างรากเหง้าดั้งเดิมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็น “ทุนเพื่อการพัฒนา” ที่สร้างรายได้กลับสู่ชุมชน ซึ่งกระบวนการนี้ยังเผชิญความท้าทายจากความตึงเครียดระหว่างแนวคิดอนุรักษ์ดั้งเดิมกับความสมัยใหม่ รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียความแท้จริงจากการทำให้วัฒนธรรมกลายเป็นสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 ประการ ได้แก่ 1) การจัดตั้งสภาวัฒนธรรมลุ่มน้ำตาปีภาคประชาชน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและธรรมนูญชุมชน 2) การพัฒนาระบบธนาคารข้อมูลมรดกวัฒนธรรมดิจิทัล เพื่อจัดเก็บภูมิปัญญาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ 3) การยกระดับพื้นที่สู่เขตเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม เพื่อเปลี่ยนจากงานประเพณีชั่วคราวให้เป็นวิถีเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและทรงคุณค่าในสังคมร่วมสมัย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อชิโต (ศรีเทพ) พ. . (2026). พลวัตการขับเคลื่อนพลังทางสังคมเพื่อการสืบสาน และสร้างสรรค์ประเพณีท้องถิ่นในลุ่มน้ำตาปี. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(3), 13–22. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/10322
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กุลธิดา สมศรี. (2567). วัฒนธรรม เศรษฐกิจ Soft Power: บทบาทกระทรวงวัฒนธรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้วย Soft Power. สำนักงบประมาณของรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 10(2567), 1-14.

จำเริญ ชูสุวรรณ และประสิทธิ์ พันธวงษ์. (2562). แภูมิปัญญาลุ่มแม่น้ำตาปี: ประวัติศาสตร์ คุณค่าและการเชื่อมต่ออารยธรรมศรีวิชัย. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(8), 3805-3825.

จินตรีร์ เกษมศุข. (2561). แนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อการพัฒนาชุมชนที่ยังยืน. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 26(50), 169-186.

ณัฐธิดา จุมปา และคณะ. (2568). การพัฒนาผู้ประกอบการวัฒนธรรมสู่วิสาหกิจวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนย่านสร้างสรรค์เมืองเก่าเชียงราย. เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจปริทัศน์, 21(1), 32-54.

ณัฐนนท์ จิรกิจนิมิต และศาสตรา เหล่าอรรคะ. (2563). สภาพปัจจุบันและปัญหาของคลังข้อมูลดิจิทัลมรดกทางวัฒนธรรมในประเทศไทย. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 21(3), 144-154.

ไทยโรจน์ พวงมณี. (2566). แนวทางการขับเคลื่อนสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลยสู่การสร้างศักยภาพและองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมพื้นที่จังหวัดเลยอย่างยั่งยืน. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 18(66), 1-10.

พระมหาโยธิน มาศสุข และคณะ. (2566). การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมประเพณีชักพระและการทอดผ้าป่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 8(3), 415-429.

แพรภัทรา เขียวชอุ่ม และคณะ. (2568). การศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคลองเจดีย์บูชาจังหวัดนครปฐมอย่างยั่งยืนโดยพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน ราชการ). วารสารสังคมศาสตร์วิจัย, 16(1), 125-142.

มัฆวาน ภูมิเจริญ. (2567). การศึกษาประเพณีการแข่งเรือยาว: การปรับตัวในยุคการท่องเที่ยวเชิงกีฬา. วารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา, 3(1), 16-23.

รุ่งนภา สุวรรณศรี. (2568). ออกแบบอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ชุมชนจังหวัดนครนายก. วารสารศิลปกรรมศาสตร์วิชาการ วิจัย และงานสร้างสรรค์, 12(2), 1-21. https://doi.org/10.60101/faraa.2025.275052.

เรียงดาว ทวะชาลี. (2568). บทบาทของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐ. วารสารกว๊านพะเยา, 2(3), 24-32.

วรพงษ์ ปลอดมูสิก และปัณณ์ ณัฐพงษ์ แสงสุวรรณ. (2568). กลยุทธ์การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์บุคคลเพื่อการสื่อสารการตลาดดิจิทัล กรณีศึกษา “จูดี้ จารุกิตติ์”. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 7(2), 118-136.

ศิลาวัฒน์ ชัยวงศ์ และคณะ. (2565). วัฒนธรรมชุมชนกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน. วารสาร มจร กาญจนปริทรรศน์, 2(2), 127-139.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 15 พลังทางสังคม (พ.ศ. 2561-2580). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สุกิจ ชัยมุสิก. (2568). บทบาทของชุมชนในการสร้างทุนทางสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. วารสารนวัตกรรมสังคมศาสตร์, 2(3), 23-33.

สุชีพ กรรณสูต. (2566). การสร้างความหมายใหม่ : ภูมิทัศน์วัฒนธรรมนาข้าว. วารสารศิลปกรรมศาสตร์วิชาการ วิจัย และงานสร้างสรรค์, 10(1), 254-275.

สุภาวดี โพธิยะราช. (2562). พลังชุมชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัชรี กุลบุตร, ภาสกร ดอกจันทร์ และกัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์. (2566). รูปแบบการจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(4), 137-157.

อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2543). พลวัตของชุมชนในการจัดการทรัพยากร: กระบวนทัศน์และนโยบาย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

Berceanu, B. (2024). Civic Engagement and Cultural Heritage : Lessons from the Herculane Project. Civil Szemle, 21(2), 77-90.

Putnam, R. D. (2000). Bowling alone: The collapse and revival of American community. New York: Simon & Schuster.

Raucher, G. (2013). Transformation, soul alignment, and the collective superconscious in Western esoteric wisdom. Retrieved January 10, 2026, from https://digitalcommons. ciis.edu/founderssymposium/31

Smith, L. (2021). Uses of heritage. London: Routledge.

Srisakulchairak, T. (2025). Cultural heritage conservation and management in historic districts by participatory process: A case study of Songkhla Old Town. Kasetsart Journal of Social Sciences, 46(1), 1-14.

UNESCO. (2021). Culture & Food: The Role of Culture in Sustainable Food Systems. UNESCO France: Publishing.

Woolcock, M. & Narayan, D. (2000). Social capital: Implications for development theory, research, and policy. The World Bank Research Observ.