แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ในจังหวัดชลบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่มีต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว และเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวใน จังหวัดชลบุรี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสาน การวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 210 คน โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง ขณะที่การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 5 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (F = 149.344, Sig. = .001) มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ .886 และค่า Adjusted R Square เท่ากับ .780 แสดงว่าปัจจัยองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ร้อยละ 78.0 เมื่อพิจารณารายตัวแปร พบว่า ด้านที่พักมีอิทธิพลสูงสุด รองลงมา ได้แก่ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการเข้าถึง และด้านสิ่งดึงดูดใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านกิจกรรมพบว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์บริบทและศักยภาพพื้นที่ การพัฒนาองค์ประกอบการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน การออกแบบผลิตภัณฑ์และเส้นทางการท่องเที่ยว การพัฒนาอีเวนต์กีฬาและการตลาดเชิงกลยุทธ์ และการติดตามประเมินผลเพื่อความยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2566). รายงานภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ปี 2566. เรียกใช้เมื่อ 20 ธันวาคม 2566 จาก https://www.mots.go.th/news/category/581
__________. (2568). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับล่าสุด. เรียกใช้เมื่อ 25 พฤษภาคม 2568 จาก https://bit.ly/4rTWmbC
นฤมล จันทร์เพ็ญ. (2563). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมร่วมสมัย. วารสารศิลปวัฒนธรรมศึกษา, 14(2), 45-60.
มนตรี พงษ์ไพบูลย์. (2566). การพัฒนาเมืองกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. วารสารการจัดการกีฬาและนันทนาการ, 8(2), 45-60.
ศิริพร แสงสุวรรณ. (2565). แนวทางการพัฒนาเมืองกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. วารสารการจัดการกีฬาและนันทนาการ, 7(1), 55-70.
สมชาย รัตนกุล. (2564). แนวทางการพัฒนาเมืองกีฬาในประเทศไทย. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬา, 15(1), 12-25.
สำนักงานสถิติจังหวัดชลบุรี. (2562). รายงานสถิติจังหวัดชลบุรี. ชลบุรี: สำนักงานสถิติจังหวัดชลบุรี.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ. 2568. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Getz, D. & Page, S. J. . (2016). Progress and prospects for event tourism research. Tourism Management, 52, 593-631. https://doi.org/10.1016/j.tourman.2015.03.007.
Gibson, H. J. (1998). Sport tourism: A critical analysis of research. Sport Management Review, 1(1), 45-76.
Hair, J. F. et al. (2019). Multivariate data analysis. (8th ed.). Boston, MA: Cengage Learning.
Higham, J. (2005). Sport tourism destinations: Issues, opportunities and analysis. Oxford: Elsevier Butterworth-Heinemann.
Hinch, T. & Higham, J. (2011). Sport tourism development. (2nd ed.). Bristol: Channel View Publications.
Kuzel, A. J. (1992). Sampling in qualitative inquiry. Newbury Park: Sage.
Morse, J. M. (1994). Designing funded qualitative research. United States: Sage Publications, Inc.
Perić, M. (2018). Estimating the perceived socio-economic impacts of hosting large-scale sport tourism events. Social Sciences, 7(10), 176. https://doi.org/10.3390/socsci7100176.
Terrabkk. (2025). Tourism and urban development trends in Eastern Thailand. Retrieved june 15, 2025, from https://www.terrabkk.com/en/articles/210001
Weed, M. & Bull, C. (2009). Sports tourism: Participants, policy and providers. (2nd ed.). Oxford: Butterworth-Heinemann.