ผลของการใช้เทคนิคสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot It เพื่อพัฒนาการจดจำคำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

Main Article Content

ศิริรัตน์ พัฒน์ฉิม
พจนาถ ขอประเสริฐ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและหลังการจัดการเรียนสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot it ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot it ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านบางใหญ่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot it แบบรายชั่วโมง จำนวน 8 แผน 2) เกม Spot it 3) แบบประเมินคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 20 ข้อ ซึ่งเป็นแบบทดสอบประเภทแบบทดสอบเลือกตอบ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot it โดยผลการวิจัยพบว่า ผลการเปรียบเทียบการพัฒนาการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและหลังการจัดการเรียนสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot It โดยใช้คำศัพท์ในหมวดหมู่ Action Verbs สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .01 และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot It พบระดับความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.75, S.D. = 0.16)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พัฒน์ฉิม ศ. ., & ขอประเสริฐ พ. . (2026). ผลของการใช้เทคนิคสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับเกม Spot It เพื่อพัฒนาการจดจำคำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(3), 198–206. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/10593
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลวรรณ ใจยา และปริญญภาษ สีทอง. (2567). การพัฒนาหลักสูตรการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมสำหรับนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาตอนปลาย. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 8(3), 174-187.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ปาริฉัตร ชำนาญศิลป์. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในการจดจำคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษเรื่อง Food and Drinks โดยใช้เกมสปอต อิท (Spot It) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดกระทุ่มแพ้ว. เรียกใช้เมื่อ 30 สิงหาคม 2568 จาก https://fliphtml5.com/dsbeg/aibo

ฟาร่า สุไลมาน. (2547). กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอิสลามสันติชน กรุงเทพมหานคร. ใน สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 9). นครปฐม: คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร.

รัตนา ปิ่นไพบูลย์. (2565). การพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง (TPR) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองจิก และโรงเรียนบ้านจันทิมา จังหวัดกำแพงเพชร. ใน สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

อภิสรา พงษ์ชาติ และคณะ. (2564). การใช้เกมคำศัพท์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 11(3), 98-105.

Asher, J. J. (1969). The Total Physical Response Approach to Second Language Learning. The Modern Language Journal, 53(1), 3-17.

Cameron, L. (2001). Teaching languages to young learners. Milton Keynes: Cambridge University Press.

Nation, I. S. P. . (2022). Learning vocabulary in another language. (3rd ed.). Wellington: Cambridge University Press.

Schmitt, N. (2010). Researching Vocabulary: A Vocabulary Research Manual. Hampshire: Palgrave Macmillan.

Thornbury, S. (2002). How to teach vocabulary. Essex: Pearson Education.