กลยุทธ์การใช้กีฬาไก่ชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องกลยุทธ์การใช้กีฬาไก่ชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของกีฬาชนไก่ในฐานะทุนวัฒนธรรม พัฒนากลยุทธ์การท่องเที่ยว และประเมินความเป็นไปได้ของกลยุทธ์ ใช้วิธีการวิจัยแบบผสานวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณเป็นหลักและเชิงคุณภาพสนับสนุน การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์ในการท่องเที่ยวหรือเข้าชมกิจกรรมกีฬาชนไก่ในจังหวัดนครนายก จำนวน 400 คน จากประชากรทั้งหมดที่ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน โดยใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวมีการรับรู้และให้คุณค่ากับมรดกวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในระดับมากที่สุด ( = 4.40) รวมถึงมีความต้องการสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการเลี้ยงไก่ชนมากกว่าเพียงการเข้าชมการแข่งขัน (
= 4.15) ขณะที่ภาพลักษณ์และความปลอดภัยทางชีวภาพ (Bio-security) ของสนามยังเป็นข้อกังวลและจุดอ่อนสำคัญ (
= 2.80) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างในการพัฒนาอย่างชัดเจน การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ (เช่น เจ้าของสนามไก่ชน ปราชญ์ชาวบ้าน) จำนวน 8 คน และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิระดับนโยบาย (เช่น นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ) จำนวน 8 คน โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า ไก่ชนนครนายกมีศักยภาพด้านสายพันธุ์และสมุนไพร แต่มีข้อจำกัดด้านภาพลักษณ์ จึงเสนอให้ใช้มาตรฐาน มอก. เอส 189-2567 เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมสังเคราะห์ 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การยกระดับ อัตลักษณ์ การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ การจัดการร่วมโดยชุมชน และนโยบายรับผิดชอบ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่สีเทาสู่พื้นที่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และผลักดันภูมิปัญญาไทยเป็น Soft Power ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมการท่องเที่ยว. (2562). มาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กิตติคุณ นกสวน และคณะ. (2565). การพัฒนาการสื่อสารการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไก่ชน. วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม, 9(1), 12-25.
ธันยพจน์ วิริยะศิริวัฒน์. (2565). โมเดลความร่วมมือในการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2560). การจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสาร.
ปาจรีย์ สัมฤทธิ์ทอง. (2568). การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย. วารสารวิชาการการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม, 10(2), 45-60.
ภูมิพัฒน์ ตุ้ยสาร. (2563). ปัญหาสำหรับการกำกับดูแลกิจการการพนัน: กรณีศึกษาการเล่นพนันชนไก่ในประเทศไทย. ใน วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิวัฒน์ กิรานนท์ และคณะ. (2563). รายงานการวิจัยเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ชนในเขตภาคกลาง. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.).
สมบัติ กุสุมาวลี. (2564). การยกระดับวิสาหกิจชุมชนสู่มาตรฐานสากลในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สุกัญญา สุจฉายา. (2557). ไก่ชนไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. กรุงเทพมหานคร: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม.
Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology . New York, NY: Greenwood.
Nye, J. S. (2004). Soft power: The means to success in world politics. New York, NY: Public Affairs.
Pine, B. J. & Gilmore, J. H. (1999). The experience economy: Work is theatre & every business a stage. Boston, MA: Harvard Business School Press.