ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภาคเหนือ

Main Article Content

วราภรณ์ อัศวลาภสกุล
เมธาพร จันไทย

บทคัดย่อ

บทความนี้ศึกษาปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภาคเหนือ โดยวิเคราะห์ภายใต้กรอบกฎหมายมหาชนและหลักธรรมาภิบาล รวมถึงความสอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมและความชอบด้วยกฎหมาย  ผลการศึกษาพบว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน เช่น พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พระราชบัญญัติสิทธิบัตร และพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 แต่การบังคับใช้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภาคเหนือยังมีข้อจำกัดเฉพาะ กล่าวคือ 1) ระเบียบภายในของแต่ละมหาวิทยาลัยมีความแตกต่างและขาดมาตรฐานร่วม ส่งผลให้สถานะความเป็นเจ้าของสิทธิระหว่างผู้วิจัยกับมหาวิทยาลัยไม่ชัดเจน 2) การกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์มีความหลากหลายและไม่สอดคล้องกัน บางแห่งกำหนดโดยฝ่ายบริหารเป็นหลักโดยไม่มีแนวทางกลาง 3) กลไกการเปิดเผยข้อมูลและการตรวจสอบยังไม่เป็นระบบ เช่น การไม่เปิดเผยสัดส่วนรายได้หรือเกณฑ์การพิจารณาสิทธิอย่างชัดเจน และ 4) ข้อจำกัดด้านศักยภาพของหน่วยงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งกระทบต่อประสิทธิภาพในการถ่ายทอดเทคโนโลยี  เมื่อพิจารณาตามหลักธรรมาภิบาล ยังพบข้อบกพร่องด้านความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะผู้วิจัยที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ส่งผลต่อแรงจูงใจและการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย  บทความเสนอว่า ควรพัฒนาระบบการบริหารจัดการในเชิงโครงสร้าง โดย 1) ปรับปรุงระเบียบภายในให้มีความชัดเจนและพัฒนาเป็นมาตรฐานร่วมในระดับภูมิภาค 2) กำหนดระบบแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรม โปร่งใส และเปรียบเทียบได้ 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้วิจัยและผู้มีส่วนได้เสีย และ 4) พัฒนาศักยภาพหน่วยงานบริหารจัดการให้มีความเชี่ยวชาญและมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อัศวลาภสกุล ว. ., & จันไทย เ. . (2026). ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภาคเหนือ. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(4), 37–46. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/10839
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา. (2563). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงพาณิชย์.

จิตติมา ศรีถาพร. (2565). พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565: ยกระดับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล. วารสารกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ, 15(2), 57-75.

ช้องนาง วิพุธานุพงษ์. (2564). แนวทางการตีความมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537. วารสารกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ, 14(1), 241-260.

ถวิลวดี บุรีกุล. (2555). ธรรมาภิบาล: แนวคิดและการประยุกต์ใช้. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2550). กฎหมายมหาชน เล่ม 1. กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.

ไพจิตร ปุญญพันธุ์. (2545). คำอธิบายกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา. กรุงเทพมหานคร: นิติธรรม.

เมลินี โฆษิตวัฒนฤกษ์. (2564). การมีชื่อเสียงแพร่หลายในฐานะที่เป็นทรัพย์สินเชิงนามธรรมในศตวรรษที่ 21 ภายใต้มุมมองกฎหมายฝรั่งเศส. วารสารกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ, 14(2), 211-230.

วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2559). หลักนิติธรรมและการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ. กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.

สมยศ เชื้อไทย. (2553). คำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.

สลิลธร ทองมีนสุข. (2565). ความรับผิดของสื่อตัวกลางต่อการละเมิดลิขสิทธิ์: ความท้าทายใหม่ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล. วารสารกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ, 15(1), 96-115.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ. (2564). แนวทางการบริหารจัดการผลงานวิจัยและนวัตกรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2546). หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.

Harnkarnsujarit, N. (2022). Understanding the Research and Innovation Utilization Promotion (TRIUP) Act B.E. 2021. Intellectual Property and International Trade Law Journal, 15(2), 489-505.