การศึกษาเปรียบเทียบโครงสร้างพื้นที่ทางจักรวาลวิทยาในวรรณกรรมไตรภูมิพระร่วงและคัมภีร์ซานไห่จิง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาโครงสร้างพื้นที่ทางจักรวาลวิทยาในวรรณกรรมไตรภูมิพระร่วงและคัมภีร์ซานไห่จิง 2) เปรียบเทียบโครงสร้างพื้นที่ทางจักรวาลวิทยาระหว่างไตรภูมิพระร่วงกับคัมภีร์ซานไห่จิง 3) เปรียบเทียบลักษณะการจัดระเบียบพื้นที่ ตามความหมายทางสังคมและวัฒนธรรมที่ปรากฏในวรรณกรรมทั้งสองเรื่อง การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพเชิงวิเคราะห์เปรียบเทียบวรรณกรรม โดยใช้กรอบแนวคิดมานุษยวิทยา ศาสนา และภูมิศาสตร์จินตภาพ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลปฐมภูมิ ได้แก่ ไตรภูมิพระร่วงและคัมภีร์ซานไห่จิง และวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ ทำการสรุปผลเปรียบเทียบผ่าน 3 ประเด็น คือ 1) โครงสร้างและมิติทางกายภาพของพื้นที่จักรวาลวิทยา 2) กลไกการจัดระเบียบพื้นที่ตามระบบความเชื่อและคุณค่าทางสังคม และ 3) นัยเชิงอุดมการณ์และโครงสร้างอำนาจที่แฝงอยู่ในพื้นที่ ผลการวิจัยพบว่า 1) ไตรภูมิพระร่วงนำเสนอพื้นที่แนวดิ่งที่มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง ขณะที่คัมภีร์ซานไห่จิงนำเสนอพื้นที่แนวนอนที่แผ่จากภูมิศาสตร์จริงตรงศูนย์กลางไปสู่พื้นที่ปรัมปรา 2) ไตรภูมิพระร่วงจัดภพภูมิผูกตำแหน่งพื้นที่เข้ากับสภาวะทางจิตและระดับบุญบารมี ส่วนคัมภีร์ซานไห่จิงจัดวางแบบขยายจากเขตภูมิประเทศและทรัพยากรที่มนุษย์คุ้นเคยไปสู่พื้นที่ห่างไกลเหนือธรรมชาติ สะท้อนวิธีที่มนุษย์โบราณใช้ทำความเข้าใจธรรมชาติและสิ่งแปลกใหม่ 3) ไตรภูมิพระร่วงจัดวางพื้นที่แบบ “แกนแนวดิ่งเชิงจริยธรรม” สถาปนาความชอบธรรมทางการเมืองของชนชั้นผู้ปกครองผ่านสภาวะธรรมราชา ส่วนคัมภีร์ซานไห่จิงจัดวางแบบ “แกนแนวนอนเชิงขอบเขตความรู้” จาก “ศูนย์กลางทางวัฒนธรรม” ออกจาก “ความเป็นอื่น” เพื่อให้ผู้ปกครองอ้างสิทธิ์และความชอบธรรมในการปกครองผ่านพิธีกรรมและการครอบครองความรู้ทางภูมิศาสตร์ดังกล่าว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ซุน เจี้ยนคุน. (2560). ซานไห่จิง คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล (สุธิมา กฤตย์ธนวัต, ผู้แปล). นนทบุรี: วารา พับลิชชิ่ง.
ณรงค์กรรณ รอดทรัพย์ และคณะ. (2557). คติไตรภูมิกับการสร้างพระเมรุและพระเมรุมาศ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 6(2), 33-46.
ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ. (2564). ประวัติวรรณคดีไทย 1 (สมัยสุโขทัย-สมัยอยุธยาตอนปลาย). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณิกษ์สรรค์ เตศิริ และคณะ. (2564). ไตรภูมิพระร่วงกับการเมืองไทย. การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2564 (หน้า 905-912). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยปทุมธานี.
นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2555). ปากไก่และใบเรือ: รวมความเรียงว่าด้วยวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ต้นรัตนโกสินทร์. (พิมพ์ครั้งที่ 4). นนทบุรี: ฟ้าเดียวกัน.
พระครูสังวรสมาธิวัตร. (2519). โลกและชีวิตจากบทเรียนไตรภูมิพระร่วง. กรุงเทพมหานคร: โกมลการพิมพ์.
พระญาลิไทย. (2515). ไตรภูมิพระร่วง. (พิมพ์ครั้งที่ 7). นนทบุรี: บรรณาคาร.
ไพรินทร์ ศรีสินทร. (2558). ภาพพจน์ของเทพสตรีและเทพธิดาที่เปลี่ยนไปในเทพนิยายจีน. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 23(43), 126-145.
รื่นฤทัย สัจจพันธุ์. (2554). เล่าเรื่องไตรภูมิฉบับหอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส. วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 33(2), 27-56.
ลำจุล ฮวบเจริญ. (2550). เกร็ดพงศาวดารกรุงสุโขทัย. กรุงเทพมหานคร: เดอะ โนว์เลดจ์ เซ็นเตอร์.
สุรีย์ ศิริพัฒน์. (2536). สัญลักษณ์วิทยาเชิงภาษา. วารสารสุทธิปริทัศน์, 8(22), 60-68.
Durkheim, É. (1915). The Elementary Forms of the Religious Life (J. W. Swain, Trans.). London: George Allen & Unwin.
Eliade, M. (1959). The Sacred and the Profane: The Nature of Religion (W. R. Trask, Trans.). New York: Brace & World.
Huang, X. (2007). All Roads Lead to Rome: A Brief Analysis of Ye Shuxian's and Korean Scholar Chung Jae-seo's Interpretations of Shan Hai Jing. Bolan Qunshu, 2007(6), 4-12.
Wang, Z. J. (2004). The Worldview of the Ancients: Reading Cultural Tracing of Shan Hai jing. Bolan Qunshu, 2004(12), 54-59.
Ye, S. X. (1999). Mythological Political Geography in Shan Hai Ching. National Arts Bimonthly, 1999(3), 60-75.
__________. (2000). Image of Wilderness in Shan Hai Ching: A Culture Analysis. Journal of Peking University (Philosophy and Social Sciences), 37(4), 94-101.