การมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษายุคใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

Main Article Content

กอบชัย เมฆดี
ธีระวัฒน์ มอนไธสง
อัจฉรา นิยมาภา

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษายุคใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และ 2) แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษายุคใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาของจังหวัดในภาคกลางตอนบน จำนวน 367 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครจซีและมอร์แกน จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ เป็นแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้การวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษายุคใหม่ โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษายุคใหม่ ได้แก่ 1) การร่วมคิดตัดสินใจ พบว่า ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและนโยบายของโรงเรียน และร่วมตัดสินใจกำหนดแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา 2) การร่วมวางแผน พบว่า ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 3) การร่วมดำเนินงาน พบว่า ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรม เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และสร้างนวัตกรการเรียนรู้ยุคใหม่ผ่านระบบเทคโนโลยี AI 4) การประเมินผล พบว่า ชุมชนควรมีบทบาทในการประเมินผล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใส และประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน ตลอดจนความพึงพอใจการบริการ และ 5) การร่วมรับผลประโยชน์ พบว่า เน้นการแบ่งปันความรู้ ทักษะ และโอกาสที่เกิดจากการดำเนินงานของโรงเรียน เพื่อช่วยให้เกิดความผูกพันและความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เมฆดี ก. ., มอนไธสง ธ. ., & นิยมาภา อ. . (2025). การมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษายุคใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 8(12), 249–257. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/9773
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). หลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา. นครปฐม: สถาบันพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา.

กอบกฤช การควรคิด. (2561). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. ใน วิทยานิพนธ์นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา.

บําเพ็ญ ไมตรีโสภณ และคณะ. (2567). แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(10), 1294-1309.

รัตนพร รัตนสุวรรณ และคณะ. (2564). แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์, 6(3), 2-16.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552 - 2561). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of Psychological test. (5th ed.). New York: Harper Collins.

Krejcie, R. V. & Morgan D. W. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

Likert, R. (1967). "The Method of Constructing an Attitude Scale", Reading in Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley & Son.

Testa, K. C. (2000). A Dissertation Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree Doctor of Education in Educational Leadership. California: University of La Verne.