การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกระบวนการกลุ่ม ที่ส่งผลต่อความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกระบวนการกลุ่ม และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกระบวนการกลุ่มที่ส่งผลต่อความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่กำลังศึกษาอยู่ในอำเภอสทิงพระ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน n= 15 โดยได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม และเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยนั้น ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกระบวนการกลุ่ม 2) แบบสังเกตความเป็นนวัตกร 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกระบวนการกลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกระบวนการกลุ่มสูงกว่าก่อนเรียนโดยมีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 10.47 และค่าเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.37 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกระบวนการกลุ่ม อยู่ในระดับมากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.84
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). แนวทางการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) ในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
เกษร ธิตะจารี. (2542). การจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม. กรุงเทพมหานคร: พัฒนาศึกษา.
จำเนียร ศิลปวานิช. (2538). การเรียนรู้แบบกลุ่มเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ชูศักดิ์ วรุณกูล. (2538). กิจกรรมเสริมหลักสูตร. (พิมพ์ครั้งที่ 2). เชียงใหม่: สถาบันราชภัฏเชียงใหม่.
ดุษฎี โยเหลา และคณะ. (2557). การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประกอบ ประพันธ์วิทยา. (2542). ทักษะการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร. กรุงเทพมหานคร: สถาบันราชภัฏพระนคร.
วัฒนา มัคสัน. (2544). การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมภพ เจิมขุนทด. (2542). กิจกรรมร่วมหลักสูตร. นครสวรรค์: สถาบันราชภัฏนครสวรรค์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้บูรณาการท้องถิ่นเชื่อมโยงสู่อาเซียน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2563). การศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21: การปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตประเทศ.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มติชน.
Bell, S. (2010). Project-Based Learning for the 21st Century: Skills for the Future. The Clearing House. A Journal of Educational Strategies, Issues and Ideas, 83(2), 39-43.
Couros, G. (2015). The Innovator's Mindset: Empower Learning, Unleash Talent, and Lead a Culture of Creativity. San Diego, CA: Dave Burgess Consulting.
Johnson, D. W. & Johnson, R. T. (2009). An Educational Psychology Success Story: Social Interdependence Theory and Cooperative Learning. Educational Researcher, 38(5), 365-379.
Thomas, J. W. (2000). A review of research on project-based learning. San Rafael, CA: Autodesk Foundation.