ศึกษาวิเคราะห์ความเป็นสมณะในมหาอัสสปุรสูตร

ผู้แต่ง

  • พระวัชรินทร์ ธมฺมวชิโร คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระเมธีวรญาณ คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • สุเทพ พรมเลิศ คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

สมณะ, ความเป็นสมณะ, มหาอัสสปุรสูตร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษาโครงสร้างและเนื้อหาสาระสำคัญของมหาอัสสปุรสูตร (๒) เพื่อศึกษาหลักธรรมเพื่อความเป็นสมณะในมหาอัสสปุรสูตร               (๓) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นสมณะในมหาอัสสปุรสูตร โดยเป็นการวิจัยเชิงเอกสาร ที่ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูล คือ พระไตรปิฎก อรรถกถา หนังสือและวิทยานิพนธ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับพระสูตรนี้

ผลการวิจัยพบว่า

มหาอัสสปุรสูตร เป็นพระสูตรที่ว่าด้วยเหตุการณ์ในมหาอัสสปุรนิคมพระสูตรใหญ่                 มีปรากฏอยู่ในพระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค พระสูตรที่ ๙ ในพระสูตรนี้พระพุทธองค์ได้ตรัสแสดงถึงหลักธรรมที่ทำให้เป็นสมณะและเป็นพราหมณ์ ได้แก่ (๑) หิริโอตตัปปะ                (๒) กายสมาจารบริสุทธิ์ (๓) วจีสมาจารบริสุทธิ์ (๔) มโนสมาจารบริสุทธิ์ (๕) อาชีวะบริสุทธิ์               (๖) การสำรวมอินทรีย์ (๗) การรู้จักประมาณในโภชนะ (๘) ตื่นบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง                       (๙) เจริญสติสัมปชัญญะ (๑๐) ละนิวรณ์ ๕ หลักธรรมทั้ง ๑๐ หลักนี้ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากต่ำไปหาสูงที่ทรงเรียกว่า “กิจที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไป”                  จนถึงหลักธรรมที่ ๑๐ คือ ละนิวรณ์ ๕ ประการและสามารถบรรลุฌาน ๔ และ วิชชา ๓ อันเป็นผลลัพธ์ ของการปฏิบัติ 

ในพระพุทธศาสนา สมณะ นั้นคือ “ผู้สงบ” ซึ่งหมายถึง นักบวชที่ฝึกฝนตนด้วยศีล สมาธิ และปัญญา จนกระทั้งมีความประพฤติทางกาย ทางวาจา ทางใจ สงบจากบาป รวมถึงผู้ที่ระงับกิเลส มุ่งสู่ความเป็นพระอริยะ พระพุทธองค์ได้ทรงจำแนก สมณะ ออกเป็น ๔ ประเภท ตามระดับการบรรลุธรรม ได้แก่ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ รวมทั้งยังทรงเน้นย้ำว่าสมณะที่แท้จริงจะต้องมีความประพฤติทางกาย ทางวาจา และทางใจที่สงบ ความเป็นสมณะนั้นไม่ได้เป็นเพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกหากแต่ความเป็นสมณะเกิดจากการอบรมบ่มเพาะจากภายใน                   คือ การหลุดพ้นจากกิเลส และอาสวะทั้งปวง

จากการวิเคราะห์ผู้วิจัยพบว่า ความเป็นสมณะในมหาอัสสปุรสูตร นั้นเป็นแนวคิดที่ลึกซึ้งและครอบคลุม ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นสภาวะภายในที่ต้องบ่มเพาะด้วยการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามหลักธรรมทั้ง ๑๐ ประการซึ่งเปรียบเสมือนขั้นบันไดสู่ความเป็นสมณะ                   ที่สมบูรณ์ โดยผู้วิจัยได้สังเคราะห์หลัธรรมทั้ง ๑๐ ประการลงในไตรสิกขา ๓ พบว่า สีลสิกขา เป็นรากฐานสำคัญในการควบคุมกายและวาจา ป้องกันกิเลสอย่างหยาบ และสร้างสภาพจิตที่พร้อมสำหรับสมาธิ จิตตสิกขา ช่วยพัฒนาสมาธิให้ตั้งมั่น ข่มกิเลสอย่างกลาง และนำไปสู่ความบริสุทธิ์ของจิต และปัญญาสิกขา คือจุดสูงสุดที่ทำให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริงในไตรลักษณ์ สามมารถทำลายกิเลสอย่างละเอียด และนำไปสู่พระนิพพาน

 

เอกสารอ้างอิง

Mahachulalongkornrajavidyalaya University. (1996). Thai Tipitaka: Mahachulalongkornrajavidyalaya University edition. Bangkok, Thailand: Mahachulalongkornrajavidyalaya University Press.

Phra Watcharin Dhammavachiro. (2025). An analytical study of the state of being a samaṇa in the Mahā-Assapura Sutta (Master’s thesis, Graduate School, Mahachulalongkornrajavidyalaya University).

Phra Sommut Thanatphon Thammasaro, & Phra Manrat Chattamalo. (2023). The crisis of people's faith in Thai monks and the way to build faith in monks in the social media era. Journal of Buddhist Innovation and Management, 6(1).

Somdet Phra Buddhaghosacarya (P. A. Payutto). (2018). Dictionary of Buddhism: Compendium of Dhamma (41st ed.). Bangkok, Thailand: Phaliththam Publishing.

Paitoon Nueangphirom. (2007). Buddhism. Bangkok, Thailand: Matichon Publishing.

Paiboon Kerdboonchai. (2008). Thirty-eight auspicious blessings. Bangkok, Thailand: Odeon Store Publishing.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ธมฺมวชิโร พ. ., พระเมธีวรญาณ, & พรมเลิศ ส. . (2026). ศึกษาวิเคราะห์ความเป็นสมณะในมหาอัสสปุรสูตร. วารสารพุทธอาเซียนศึกษา, 11(1). สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/basj/article/view/8393