ปัจจัยด้านศิลปะไทยที่ส่งอิทธิพลต่อการออกแบบและก่อสร้างอาคารในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • คณิน บุญส่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยชินวัตร
  • สุภลักษณ์ พรรณ นักวิชาการอิสระ
  • จามร รัตนกุลวัฒนา นักวิชาการอิสระ

คำสำคัญ:

ศิลปะไทย, สถาปัตยกรรมไทย, การก่อสร้างอาคาร, โมเดลสมการโครงสร้าง, ปัจจัยที่มีอิทธิพล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านศิลปะไทยที่ส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกแบบและก่อสร้างอาคารของผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณผ่านการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างตัวแปรที่กำหนด กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยสถาปนิก วิศวกรโยธา และผู้รับเหมาก่อสร้าง จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามมาตราส่วนลิเคิร์ท 5 ระดับ ตัวแปรอิสระในการวิจัยประกอบด้วย 4 ปัจจัย ได้แก่ (1) ความรู้และความเข้าใจด้านศิลปะไทย (2) ทัศนคติต่อการอนุรักษ์ศิลปะไทย (3) แรงกดดันจากบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรม และ (4) ข้อจำกัดเชิงวิชาชีพและปัจจัยเชิงปฏิบัติ ส่วนตัวแปรตาม คือ พฤติกรรมการนำองค์ประกอบศิลปะไทยมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและก่อสร้างอาคาร ผลการวิเคราะห์ยืนยันองค์ประกอบ (CFA) แสดงให้เห็นว่าโมเดลการวัดมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับดี (CMIN/df = 2.31, RMSEA = 0.058, CFI = 0.947) และโมเดลสมการโครงสร้างมีความสอดคล้องกับข้อมูลในระดับที่ยอมรับได้ (CMIN/df = 2.48, RMSEA = 0.061, CFI = 0.942) สมมติฐานทั้ง 4 ข้อได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยทัศนคติต่อการอนุรักษ์ศิลปะไทยมีอิทธิพลเชิงบวกสูงสุดต่อพฤติกรรม (β = 0.42, p < .001) รองลงมาคือแรงกดดันจากบรรทัดฐานทางสังคม (β = 0.31, p < .001) ความรู้ด้านศิลปะไทย (β = 0.28, p < .001) และข้อจำกัดเชิงวิชาชีพซึ่งมีอิทธิพลเชิงลบ (β = −0.24, p < .001) ตัวแปรทั้งสี่สามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมได้ร้อยละ 68 (R² = 0.68) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของทัศนคติวิชาชีพและบรรทัดฐานทางสังคมในการกำหนดพฤติกรรมสถาปัตยกรรมไทย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ได้แก่ การส่งเสริมความรู้ด้านศิลปะไทยในกระบวนการพัฒนาวิชาชีพ การพัฒนากลไกจูงใจเพื่อลดอุปสรรคด้านต้นทุน และการบูรณาการหลักสูตรศิลปะไทยเข้าสู่การศึกษาด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

เอกสารอ้างอิง

สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 14(1), 45-62.

วิภาวดี วนาสิน. (2564). การรับรู้คุณค่าศิลปะไทยในหมู่สถาปนิกและวิศวกรรุ่นใหม่. วารสารสถาปัตยกรรมไทย, 8(2), 78-95.

Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179-211.

Anderson, J. C., & Gerbing, D. W. (1988). Structural equation modeling in practice: A review and recommended two-step approach. Psychological Bulletin, 103(3), 411-423.

Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of Theory and Research for the Sociology of Education (pp. 241-258). Greenwood.

Chua, S., Ahmad, Y., & Rahman, M. (2019). Factors influencing the adoption of traditional architecture in contemporary Malaysian construction. Journal of Asian Architecture and Building Engineering, 18(4), 312-325.

DiMaggio, P. J., & Powell, W. W. (1983). The iron cage revisited: Institutional isomorphism and collective rationality in organizational fields. American Sociological Review, 48(2), 147-160.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis. (8th ed.). Cengage Learning.

Kim, H., & Kim, J. (2021). Cultural identity and architectural decision-making in contemporary Korean buildings. International Journal of Architectural Research, 15(3), 224-239.

Wang, L., Chen, Z., & Liu, Y. (2020). Determinants of incorporating traditional architectural elements in contemporary Chinese buildings. Frontiers of Architectural Research, 9(2), 301-315.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

บุญส่ง ค., พรรณ ส., & รัตนกุลวัฒนา จ. (2024). ปัจจัยด้านศิลปะไทยที่ส่งอิทธิพลต่อการออกแบบและก่อสร้างอาคารในประเทศไทย. วารสารสหวิทยาการพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 3(1), 114–125. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/IDHS/article/view/11528