การจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชั่น เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเขียนเขต

ผู้แต่ง

  • กิตติภพ ครุรัฐปิยสกุล นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาลัยการฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
  • ปรารถนา ผดุงพจน์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
  • ผู้ช่วชศาสตราจารย์ ดร.ประทุม ศรีรักษา อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร

คำสำคัญ:

เกมมิฟิเคชั่น, ทักษะการอ่าน, เทคนิคการจัดการเรียนรู้

บทคัดย่อ

ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำเทคนิคเกมมิฟิเคชั่น มาประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชั่น เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 2 โรงเรียนวัดเขียนเขต ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อเข้าสู่สังคมโลก 2 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 37 คน ได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เรื่อง Food 2) แบบทดสอบภาษาอังกฤษ เรื่อง Food และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Food วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) และค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) ผลการวิจัยมีดังต่อไปนี้ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชั่น เรื่อง Food มีประสิทธิภาพ E1/E2 อยู่ที่ 80.41/89.05 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 2) นักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคะแนนเฉลี่ยของผลการทดสอบหลังเรียนของนักเรียนเพิ่มขึ้นจากผลการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 14.18 อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.5 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Food ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6โดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชั่น เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.94

เอกสารอ้างอิง

กานดา ณ ถลาง. (2515). วิธีสอนภาษาอังกฤษกับหลักจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: ท่าพระจันทร์.

กรมวิชาการ. (2545). เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). คู่มือการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. (2565). เอกสารประกอบการสอนรายวิชา "ทักษะการอ่าน". สืบค้นเมื่อ 6 มีนาคม 2567, จาก

http://thaiedu2104.blogspot.com/p/3.html

งานเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. (2560). การใช้โปรแกรม Kahoot สำหรับช่วยในเรื่องการเรียนการสอน. [เอกสารออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2567, จาก http://km.buu.ac.th

จันทิมา เมยประโคน. (2555). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจในการเรียนวิชาศิลปะ เรื่อง การสร้างสรรค์จาก

เศษวัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

จันทร์สว่าง, ภาวิณี. (2564). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาไทยเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์). มปท.

ชนิตรา ศรลัมพ์. (2547). การศึกษาความพึงพอใจในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยีของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2537). วิธีการและสื่อการฝึกอบรมแบบการพัฒนาโครงการจากกรณีงานในประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการฝึกอบรม. นนทบุรี:

สาขาวิชาศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ดวงกมล บุญถม. (2552). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เรื่องวันสำคัญของไทยและวันสำคัญของต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ครุรัฐปิยสกุล ก., ผดุงพจน์ ป., & ศรีรักษา ผ. ด. (2024). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชั่น เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเขียนเขต. วารสารสหวิทยาการพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 3(1), 126–138. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/IDHS/article/view/11529