การศึกษาการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1
คำสำคัญ:
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน, โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 15 คน และครูผู้สอนจำนวน 241 คน ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 โดยผู้วิจัยได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากการเปิดตารางสำเร็จรูปของ Krejcies & Morgan และได้ทำการสุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เพื่อหาสัดส่วนแต่ละโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับของ Likert ความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ โดยภาพรวมมีการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก ( =4.05) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือด้านการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ( =4.54) รองลงมาคือ ด้านการคัดกรองนักเรียน ( =4.39) ด้านการส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ( =4.09) ด้านดำเนินงานด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ( =4.06) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา ( =4.00) และ 2) แนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 คือสถานศึกษามีแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาที่ความสอดคล้องกับพฤติกรรมนักเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ พัฒนาเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพนักเรียน และส่งเสริมการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านครอบครัวและสภาพความเป็นอยู่นักเรียน ส่งเสริมการวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนรายบุคคล พัฒนาแผนการจัดทำข้อมูลการส่งต่อนักเรียนอย่างเป็นระบบ ดังนั้นผู้บริหารสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยนี้ไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงปฏิบัติควรดำเนินการวิจัยต่อเนื่องโดยเฉพาะผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในด้านการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้มากยิ่งขึ้น ครูควรให้ความเอาใจใส่กับนักเรียนทุกคน เท่าเทียมกัน ควรดูแลเอาใจใส่ต่อนักเรียนอย่างใกล้ชิดและหาวิธีการช่วยเหลือ ทั้งการป้องกันและการแก้ไขปัญหานักเรียนมิให้เป็นปัญหาของสังคม อีกทั้งการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้บริหารสถานศึกษาแห่งอื่น ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนตนเองให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทได้ดียิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กนิษฐ์ฎา แก้วจินดา. (2556). การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนพิการเรียนร่วมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต,มหาวิทยาลัยนเรศวร).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553).พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: คุรุสภา.
กัญญา แสงเจริญโรจน์. (2553). ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการดําเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับประถมศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองมะปริง สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 1.(วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยบูรพา).
จุติกรณ์ นิสสัย. (2558).การศึกษาการดําเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านหนองปรือ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต,บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยบูรพา).
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560).คู่มือการดําเนินงานโรงเรียนดีใกล้บ้าน(แม่เหล็ก) กรุงเทพฯ: สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
อมรรัตน์ อุดแก้ว. (2554). การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนยางคำพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต4. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม).