ปัจจัยทางการบริหารภาครัฐที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของนโยบายพลังศรัทธา ด้านวัฒนธรรมอาหารไทย
คำสำคัญ:
การบริหารภาครัฐ, การนำนโยบายไปปฏิบัติ, พลังศรัทธา, วัฒนธรรมอาหารไทยบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปัจจัยทางการบริหารภาครัฐที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของนโยบายพลังศรัทธา ด้านวัฒนธรรมอาหารไทย และ 2) ศึกษาปัจจัยที่สามารถพยากรณ์ประสิทธิผลของนโยบายพลังศรัทธา ด้านวัฒนธรรมอาหารไทย โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ (Policy Implementation) และแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานภาครัฐ (Citizen Participation / Co-production) เป็นกรอบการวิเคราะห์ เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ศึกษาประชากรในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยโปรแกรม G*Power ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 119 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าแบบลิเคิร์ท สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียรสัน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นตรงพหุคูณด้วยวิธี Enter ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับปัจจัยทางการบริหารภาครัฐที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของนโยบายพลังศรัทธาด้านวัฒนธรรมอาหารไทย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทั้ง 3 ด้าน เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ สมรรถนะของหน่วยงานภาครัฐในการขับเคลื่อนนโยบาย (x̄ = 4.46) การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบาย (x̄ = 4.50) และการสื่อสารภาครัฐและการเผยแพร่ข้อมูลนโยบายต่อสาธารณะ 2) ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยทั้ง 3 ด้านสามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลของนโยบายพลังศรัทธาด้านวัฒนธรรมอาหารไทยได้ร้อยละ 73 (R = .751, R² = .730, F = 5.504, p < .001) โดยสมรรถนะของหน่วยงานภาครัฐมีอิทธิพลสูงสุด (β = .931) รองลงมาคือการมีส่วนร่วมของประชาชน (β = .611) และการสื่อสารภาครัฐ (β = .275) ตามลำดับ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 ผลการวิจัยสนับสนุนสมมติฐานทั้งสามข้อ และชี้ให้เห็นว่าการขับเคลื่อนนโยบายพลังศรัทธาด้านวัฒนธรรมอาหารไทยให้เกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการเครื่องมือเชิงนโยบายของภาครัฐ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนแบบร่วมผลิต (Co-production) และกลไกการสื่อสารภาครัฐที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมกัน
เอกสารอ้างอิง
ชูศักดิ์ ชูศรี. (2567). การรับรู้รูปแบบอำนาจละมุน (Soft Power) ในมุมมองของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(7), 152–161.
ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง. (2566). การขับเคลื่อน Soft Power: อัตลักษณ์ท้องถิ่นภาคใต้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 11(5), 1922–1935.
นพรัตน์ พบลาภ, และ เฉลิม ศัสตราพฤกษ์. (2567). นโยบายซอฟต์พาวเวอร์: การบริหารเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนบ้านคลองแค จังหวัดสมุทรสาคร. Journal of Humanities and Social Sciences Thonburi University, 18(2), 139–154.
มานพ แสงจำนงค์, และ อังค์ริสา แสงจำนงค์. (2566). ซอฟต์เพาเวอร์ ไทยพวน: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยพวนในประเทศไทย. วารสารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, 2(1), 66–95.
รัชพล กิตติอมรพงศ์, ณภัทร คำแก้ว, และ เมษ์ธาวิน พลโยธี. (2567). อัตลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารพื้นถิ่นประเภทข้าวปุ้นน้ำนัวสู่การสร้าง Soft Power ของอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 19(68), 29–41.
สวทช. (2564, 18 กันยายน). นายกรัฐมนตรี พร้อมผลักดันส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5F เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์. https://www.nstda.or.th/home/news_post/potential-culture-5f/
เอกรงค์ ปั้นพงษ์. (2566). พลังการสื่อสารผ่านแนวคิดอำนาจละมุน (Soft Power) ของประเทศญี่ปุ่นในหนังสือการ์ตูนยอดตีพิมพ์อันดับ 1 ของโลก "วันพีซ". วารสารนิเทศศาสตรปริทัศน์, 27(2), 51–64.
Collins, S., & DeWitt, S. (2023). Words matter: Presidents Obama and Trump, Twitter, and U.S. soft power. Place Branding and Public Diplomacy, 19, 45–61.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Kang, H. (2021). Sample size determination and power analysis using the G*Power software. Journal of Educational Evaluation for Health Professions, 18, 17.
Ostrom, E. (1996). Crossing the great divide: Coproduction, synergy, and development. World Development, 24(6), 1073–1087.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.
Sabatier, P. A. (1986). Top-down and bottom-up approaches to implementation research: A critical analysis and suggested synthesis. Journal of Public Policy, 6(1), 21–48.
Salamon, L. M. (2002). The tools of government: A guide to the new governance. Oxford University Press.
Szondi, G. (2010). From image management to relationship building: A public relations approach to nation branding. Journal of Marketing Management, 26(5–6), 567–584.