การพัฒนาจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนระหว่างก่อนกับหลังที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา โดยดำเนินการทดลองตามแบบแผนการวิจัยแบบหนึ่งกลุ่ม มีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จังหวัดนครนายก แผนการเรียนอังกฤษ - คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ซึ่งมีจำนวน 15 คน ได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาซึ่งมีคุณภาพและความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.89) แบบวัดจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.60 - 1.00 และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.80 - 1.00 และค่าความเชื่อมั่น (α) เท่ากับ 0.71 สถิติที่ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐาน โดย The Wilcoxon signed - rank test ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้ผ่านกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยามีจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์โดยภาพรวมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อยู่ในระดับดีเยี่ยม (
= 4.23, S.D. = 0.69) และหลังเรียนอยู่ในระดับค่อนข้างดี (
= 3.38, S.D. = 1.00) และ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (Z = -3.425, p < .001) ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กัลยภัทร์ เฉลิมศรี. (2567). การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิดเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะการคิดเชิงคณิตศาสตร์และการแก้ปัญหา. ใน สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ชมนาด เชื้อสุวรรณทวี. (2555). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดขั้นสูงและจิตตนิสัยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ปาริฉัตร ทับทิมหิน. (2566). การพัฒนาตัวชี้วัดจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(3), 1563-1574.
พงศธร มหาวิจิตร. (2559). จิตนิสัยทางคณิตศาสตร์. นิตยสาร สสวท, 44(201), 20-23.
มาเรียม นิลพันธุ์. (2555). วิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 3). นครปฐม: ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์. (2565). กระบวนการแก้ปัญหาในคณิตศาสตร์ระดับโรงเรียน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ไอ-ปริ้นท์ ดีไซน์.
วรวุฒิ เป็งธิมา และวนินทร สุภาพ. (2563). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิดเพื่อพัฒนาจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว. วารสารศิลปากร ศึกษาศาสตร์วิจัย, 12(1), 218-230.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). จิตนิสัยทางคณิตศาสตร์. เรียกใช้เมื่อ 27 มีนาคม 2568 จาก https://www.scimath.org/image-mathematics/item/13018-2023-05-22-02-25-37
Cuoco, A. E. J. et al. (1996). Habits of mind: An organizing principle for a mathematics curriculum. Joumal of Mathematical Behavior, 15(4), 375-402.
Lim, K. H. & Selden, A. (2009). Mathematical habits of mind. Proceedings of the Thirty-first Annual Meeting of the North American Chapter of the International Group for the Psychology of Mathematics Education. Atlanta: Georgia State University.
NCTM. (2000). Principle and standards for school mathematics. Reston, Virginia: National council of teacher of mathematics.
Polya, G. (1957). How To Solve it. A New Aspect of Mathematical Method. Garden City. New York: Doubleday.
Seeley, C. L. (2014). Smarter Than We Think: More Messages About Math. USA: Scholastic Inc.