การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอสัตหีบ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอสัตหีบ 2) เปรียบเทียบการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอสัตหีบ และ 3) แนวทางการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอสัตหีบ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ประชากร ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนในอำเภอสัตหีบ จำนวน 314 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนในอำเภอสัตหีบ จำนวน 175 คน ได้มาจากตารางของเครจซีและมอร์แกน แล้วทำการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการสถานศึกษา 10 ปี ขึ้นไป จำนวน 7 คน โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test ค่า F-test และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) การเปรียบเทียบการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามเพศ และระดับการศึกษา โดยภาพรวม พบว่า ไม่แตกต่างกัน ส่วนจำแนกตามประสบการณ์ทำงาน ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทำการตรวจสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ พบว่า ภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) แนวทางการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า สถานศึกษาวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์เพื่อจัดสรรคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งและเป้าหมายของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจขององค์กร โดยใช้เกณฑ์ด้านคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง เน้นความโปร่งใส และเป็นธรรม โดยยึดระเบียบราชการ กำกับ ติดตาม และให้คำแนะนำแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และจรรยาบรรณวิชาชีพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
ดวงกมล ตระกูลพัว และศิริพงษ์ เศาภายน. (2566). การบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสาร มจร. อุบลปริทรรศน์, 8(1), 285-286.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่10). ฉบับปรับปรุงใหม่. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
มณีรัตน์ ชัยยะ และเพ็ญศรี ฉิรินัง. (2566). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล (Digital HR). วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 11(1), 104-115.
วิจิตร ศรีสอ้าน. (2550). การศึกษาแห่งชาติในอุดมคติ. กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.
ศรัญญา แสงสว่าง และไตรรัตน์ สิทธิทูล. (2564). แนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กลุ่ม 6 กรุงเทพมหานคร. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(12), 152-165.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3. (2565). แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2565. ชลบุรี: กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2550). แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สุชาดา คำพิทูรณ์. (2565). การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
อัจศรา ประเสริฐสิน และคณะ. (2568). การพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการเชิงระบบเพื่อเสริมความฉลาดทางจริยธรรมของครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่นำไปสู่การขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2567 ปีที่พิมพ. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological test. (5th ed.). New York: Harper Collins.
Edward, N.S. (2001). Computerbased simulation of laboratory experiments. British Journal Educational Technology, 28(1), 51-63.
Krejcie, R. V. & Morgan D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.