การศึกษาสมรรถนะด้านทักษะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาตัวชี้วัดสมรรถนะด้านทักษะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 2) ศึกษาสมรรถนะด้านทักษะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ และ 3) วิเคราะห์ลักษณะข้อผิดพลาดด้านทักษะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ การศึกษาวิจัยนี้ใช้การวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 121 คน โดยวิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบวัดสมรรถนะด้านทักษะการวิจัย เป็นแบบตรวจผลงานเกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริกส์ 4 ระดับ มีค่า IOC ตั้งแต่ .80 - 1.00 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .916 เก็บข้อมูลโดยการอ่านตรวจรายงานการวิจัย สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) ตัวชี้วัดสมรรถนะด้านทักษะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ 1.1) การกำหนดปัญหา ตั้งชื่อเรื่องและเขียนบทนํา 1.2) การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.3) วิธีดำเนินการวิจัย 1.4) การวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผลการวิจัย 1.5) การสรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ และ 1.6) การเขียนรายงานส่วนต้นและส่วนท้าย รวม 26 ตัวชี้วัด
2) นักศึกษามีคะแนนสมรรถนะด้านทักษะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้เฉลี่ยร้อยละ 73.17 โดยนักศึกษาส่วนใหญ่ร้อยละ 33.88 มีสมรรถนะด้านทักษะการวิจัยในระดับดี 3) ลักษณะข้อผิดพลาดด้านทักษะการวิจัย
เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ 3.1) การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีการทบทวนวรรณกรรมไม่ครบถ้วน การอ้างอิงไม่ทันสมัย ขาดการสังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ 3.2) การเขียนรายงานส่วนต้นและส่วนท้าย มีรายการเอกสารไม่ครบถ้วน และ 3.3) การสรุปและอภิปรายผล การอภิปรายผลไม่มีความลุ่มลึก ขาดการอ้างอิงผลการวิจัยที่สอดคล้องกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กุสุมา ใจสบาย. (2569). การประเมินความต้องการจำเป็นด้านทักษะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูด้วยดัชนี PNI modified. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 6(1), 296-310.
คุรุสภา. (2562). ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.
บุณฑริก ศรีบุญเรือง และคณะ. (2568). สมรรถนะการวิจัย: ตัวช่วยครูไทยพัฒนาผู้เรียน. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 11(5). 366-381.
พัชราภรณ์ พิลาสมบัติ และดวงกมล จงเจริญ. (2565). ทักษะการวิจัยของครูนักวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน. วารสารนวัตกรรมและการจัดการ, 7(1), 166-178.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2566). มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนและแนวทางที่ถูกต้องในการเขียนรายงานการวิจัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 16(1), 1-16.
โรซวรรณา เซพโฆลาม และคณะ. (2565). สมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของนักศึกษาครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(2), 275-293.
สุพรรณิการ์ สุทธหลวง และมนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2565). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง สำหรับครูประถมศึกษา. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(6), 468-487.
อพันตรี พูลพุทธา. (2561). การพัฒนาสมรรถนะการวิจัยของนักศึกษาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
Gardner, H. (1983). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. New York: Basic Books.
Hattie, J. (2009). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. New York: Routledge.
Kuhn, T. (1962). The structure of scientific revolutions. Chicago: University of Chicago Press.
Rujikittioangsuthon, S. (2023). Ability, skills and attitudes toward educational research of students in the Social Studies Program, Faculty of Education, Phuket Rajabhat University. ASEAN Journal of Education, 8(1), 22-32.
Yamane, T. (1970). Statistics: An introductory analysis. (2nd ed.). Tokyo: John Weatherhill.