ความสมมาตรของโครงสร้างอักษรจีนกับกลยุทธ์การพัฒนาการเรียนการสอน อักษรจีน สำหรับสาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

Main Article Content

ภานุกรณ์ จันทร์สว่าง

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสมมาตรในโครงสร้างอักษรจีนที่ถือเป็นฐานในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอักษรจีน เพื่อเสริมสร้างทักษะการเขียนอักษรจีนให้กับผู้เรียน วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1) การประเมินข้อผิดพลาดการเขียนก่อนจัดการเรียนการสอน 2) การจำแนกและวิเคราะห์ประเภทอักษรจีนจากตารางอักษรจีนระดับต้น (《初等手写汉字表》) จำนวน 300 ตัว 3) การทดลองการสอน โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 และ4) การประเมินผลหลังการสอน ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย (equation) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์ ผลการวิเคราะห์ก่อนการสอนพบว่า ปัญหาข้อผิดพลาดในการเขียน ได้แก่ การวางตำแหน่งเส้นขีดคลาดเคลื่อน องค์ประกอบไม่สมดุล และโครงสร้างบิดเบือน ดังนั้นการออกแบบการสอนได้จำแนกอักษรจำนวน 41 ตัว แบ่งเป็น 7 ประเภทความสมมาตร นำมาใช้เป็นเนื้อหาหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผลการวิจัยหลังการสอนแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านการเขียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
โดยค่าเฉลี่ยคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 1.93 (S.D. = 0.74) ก่อนการสอน เป็น 6.43 (S.D. = 1.14) หลังการสอน (t = −25.31, df = 29, p<.001) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงสร้างสมมาตรเป็นฐานช่วยพัฒนาความสามารถในการจดจำและการเขียนของอักษรจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมความเข้าใจเชิงวัฒนธรรมด้านความกลมกลืนและความสมดุล อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างมีเพียง 30 คน และไม่มีกลุ่มควบคุม จึงควรมีการศึกษาวิจัยทดลองในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการสอนในอีกระดับต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันทร์สว่าง ภ. . (2026). ความสมมาตรของโครงสร้างอักษรจีนกับกลยุทธ์การพัฒนาการเรียนการสอน อักษรจีน สำหรับสาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(4), 288–301. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/10843
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ภาษาจีน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ สกสค.

คีฏวรลักษณ์ พรหมประสิทธิ์ และอภิรักษ์ นุสิทธิ์ชัยการ. (2568). ข้อผิดพลาดในการเขียนอักษรจีนของผู้เรียนชาวไทย: กรณีศึกษาผู้เรียนในรายวิชาภาษาจีนเร่งรัด. Journal of Arts and Thai Studies, 47(03), 1-14.

นารีรัตน์ วัฒนเวฬุ. (2561). การศึกษาข้อผิดพลาดการเขียนอักษรจีนของผู้เรียนชาวไทย : กรณีศึกษานักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. วารสารจีนศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 11(1), 283-314.

วศิน พรหมสุรินทร์. (2562). ศึกษาความสามารถในการจดจำและแยกแยะโครงสร้างตัวอักษรได้อย่างถูกต้อง. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, 15(1), 4-6.

อมรา อภัยพงศ์. (2568). การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดการเขียนอักษรจีน: กรณีศึกษานักศึกษาสาขาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. อินทนิลทักษิณสาร, 20(02), 71-96.

อู้จื้อปิน และคณะ. (2563). พัฒนาการของแนวคิด “เหอ (和)” (ความกลมกลืน) ในประเทศจีน. วารสารจีนศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 13(1), 228-271.

Cao, F. et al. (2013). Writing Affects the Brain Network of Reading in Chinese: A functional Magnetic Resonance Imaging Study. Human Brain Mapping, 34(7), 1670-1684.

Chen, C. & Dong, X. (2003). The Structural symmetry characteristics of Chinese characters and Its Processing System of Recognition (汉字的结构对称特点及其识别加工机制). Language Teaching and Linguistic Studies (语言教学与研究), (04), 58-63.

Chen, J. et al. (2016). Chinese character practice: Comparison between children using handwriting and Pinyin keyboarding. Acta Psychological Sinica, 48(10), 1258-1269.

Chen, Q. et al. (2009). An Analysis of Chinese Character Writing Committed by Thai Students(泰国学生汉字书写偏误分析). Journal of Yunnan Normal University (云南师范大学学报(对外汉语教学与研究版)(Teaching and Research on Chinese as a Foreign Language Edition), (2), 76-82.

Deng, S. & Hu, W. (2022). An examination of Chinese character writing errors: Developmental differences among Chinese as a foreign language learner. Journal of Chinese Writing Systems, 6(1), 39-51.

Huang, X. et al. (2002). The Processing of structurally symmetrical Chinese character recognition (I): An Experimental research on Character-level Process (结构对称汉字识别的加工机制(I)—整字识别的实验研究). Psychological Science (心理科学), 25(1), 4-6.

Krafnick, A. J. et al. (2016). Chinese Character and English Word processing in children’s ventral occipitotemporal cortex: fMRI evidence for script invariance. Neuroimage, 133(2016), 302-312.

Kuan, W. L. (2021). An Error Analysis of Orthographic Representation in Written Chinese Characters. Journal of Cognitive Sciences and Human Development, 7(2), 1-10.

Li, Y. & McBride, C. (2023). A longitudinal study on sensitivity to symmetry in writing and associations with early literacy abilities. Frontiers in Education, 2023(8), 1-8.

Liu, H. et al. (2013). The orthographic sensitivity to written Chinese in the occipital-temporal cortex. Experimental Brain Research, 227(2013), 387-396.

Loh, E. K. Y. et al. (2017). How ethnic minority students perceive patterns in Chinese characters: Knowledge of character components and structures. Chinese as a second language assessment. Singapore: Springer.

Sun, H. et al. (2024). Influence of stroke-order learning on Chinse character recognition among Chinese as second language learners. System, 122(2024), 103295.

Tse, S. K. et al. (2007). An Integrative Perceptual Approach for Teaching Chinese Characters. Instructional Science, 35(5), 375-406.

Wang, N. (2021). Introduction to Chinese character morphology. Beijing: The Commercial Press.

Zhang, Z. & Qi, X. (2025). A Study on College students’Inheritance of Chinese Character Culture from the Perspective of Cultural Confidence (文化自信视域下大学生汉字文化传承研究). Journal of Handan Polytechnic College, 38(2), 71-75.