การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Main Article Content

วศิณีย์ รุ่งรังษี
ธนเทพ นำพรวัฒนากุล
จุติพร อัศวโสวรรณ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย และประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านคอกช้าง มีนักเรียนจำนวน 20 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ มีค่า IOC 0.95 2) แบบประเมินทักษะการอ่านจับใจความ มีค่า IOC 0.98 3) แบบประเมินความพึงพอใจ มีค่า IOC 0.99 สถิติการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test for Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ได้แก่ 1) การเรียนรู้แบบออฟไลน์ 2) การเรียนรู้แบบออนไลน์ 3) การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ 4) การวัดและประเมินผล 5) การผสมผสานสื่อประสม และ 6) การผสมผสานโดยใช้ CLASSROOM WEBSITES สัดส่วนการเรียน 70 : 30 2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (READ Model) มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) R - Ready & Retrieve (Online) 2) E - Explore & Extract (Face-to-Face) 3) A - Apply & Analyze (Face-to-Face) 4) D - Demonstrate & Deliver (Face-to-Face / Online) และ 5) Reflective Meta-Cognition (Blended) ผลการทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มทดลองนำร่อง (Tryout) จำนวน 20 คน ได้ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 87.78/89.00 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด และ 3) ประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน พบว่า ทักษะการอ่านจับใจความหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน อยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.58, S.D. = 0.55)             

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
รุ่งรังษี ว. ., นำพรวัฒนากุล ธ. ., & อัศวโสวรรณ จ. . (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(7), 251–262. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/11560
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พัชรินทร์ รอดผล. (2562). ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด SQ4R ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานที่มีต่อความสามารถในการสรุปความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2565). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการเรียนรู้แบบผสมผสาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ยุทธนา ทรัพย์เจริญ. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานวิชาดนตรีสากลเพื่อพัฒนาทักษะปฏิบัติทางดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

วาสนา บุญชิต. (2563). การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนตามแนวการเรียนรู้แบบผสมผสาน วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาซี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2564). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. เรียกใช้เมื่อ 15 มีนาคม 2567 จาก https://www.niets.or.th.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2567). ผลการประเมิน PISA 2022: บทสรุปสำหรับผู้บริหาร. ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. เรียกใช้เมื่อ 18 มีนาคม 2567 จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/pisa2022-summary-result/

สิทธิพล อาจอินทร์. (2558). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักศึกษาครู. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 38(4), 1-10.

Bonk, C. J. & Graham, C. R. (Eds.). (2006). The handbook of blended learning: Global perspectives, local designs. San Francisco, CA: Pfeiffer.

Graham, C. R. (2018). Current research in blended learning. In M. G. Moore & W. C. Diehl (Eds.), Handbook of distance education. (4th ed). The United Kingdom and the United States: Routledge.

Horn, M. B. & Staker, H. (2015). Blended: Using disruptive innovation to improve schools. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Joanna Poon. (2011). The study of Blended Instruction for Enhonce Cooperative and Experience Learning of Students. In ED.D. Dissertation, Colleague of Education. Boise State University.

Rasheed, R. A. et al. (2020). Challenges in the online component of blended learning: A systematic review. Computers & Education, 144, 103701. https://doi.org/10.1016/j.compedu.2019.103701.