การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้: ศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายเฉพาะของประเทศไทย

Main Article Content

สุธี อังศุชัยกิจ
เอกพงษ์ สารน้อย
ช้องนาง วิพุธานุพงษ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัญหาและข้อจำกัดของกฎหมายและมาตรการในการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้และผู้ที่มีความสัมพันธ์กับมรดกดังกล่าวในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดสถานะทางกฎหมายและสิทธิของผู้ทรงสิทธิมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และ 3) เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนวทางการพัฒนากลไกทางกฎหมายสำหรับการคุ้มครองสิทธิของผู้ทรงสิทธิมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ โดยครอบคลุมการให้ความยินยอมล่วงหน้าโดยเสรีและได้รับข้อมูลครบถ้วน และการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ซึ่งผู้วิจัยกำหนดกลุ่มประชากรเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้น 25 คน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยคัดเลือกแบบเจาะจงจากบุคคลที่มีความรู้ หรือมีประสบการณ์โดยตรงกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ผลการวิจัย พบว่า กฎหมายไทยยังขาดการกำหนดสถานะและสิทธิของผู้ที่มีความสัมพันธ์กับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ผู้วิจัยจึงเสนอแนวคิดหน่วยทางวัฒนธรรมเพื่อใช้เป็นฐานในการกำหนดสถานะในระดับสากล และแนวคิดผู้ทรงสิทธิมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เป็นฐานในการกำหนดในระดับรัฐ พร้อมเสนอให้รับรองสิทธิการให้ความยินยอมล่วงหน้าโดยเสรีและได้รับข้อมูลครบถ้วน และการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมแก่ผู้ทรงสิทธิมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ แนวทางดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนากฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองทั้งมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้และผู้ทรงสิทธิอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและมาตรฐานสากล ตลอดจนส่งเสริมการสืบทอดและการใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อังศุชัยกิจ ส., สารน้อย เ., & วิพุธานุพงษ์ ช. (2026). การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้: ศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายเฉพาะของประเทศไทย. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(8), 122–134. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/12015
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (2559). พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 และอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

กิตติพร ใจบุญ. (2564). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมกับทรัพย์สินทางปัญญา: ข้อจํากัดและช่องว่างทางกฎหมาย. วารสาร ศิลปะศาสตร์ มทร. ธัญบุรี, 2(2), 1-14.

ชาญวิทย์ ชัยกันย์. (2561). แนวคิดการแบ่งปันผลประโยชน์ (Benefit Sharing) กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายสหรัฐอเมริกา. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 11(2), 7-31.

ธัญญกานต์ บุษบรรณ. (2565). มาตรการทางกฎหมายในการปกป้องและส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. ใน วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เนตรชนก แสงแป้น. (2564). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชุมชมในการส่งเสริมการรักษาคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. ใน สารนิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน. มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

พชร ลิมป์จันทรา. (2550). การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้กฎหมายของประเทศไทยเปรียบเทียบกับความตกลงระหว่างประเทศ. ใน วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขานิติศาสตร์. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุกัญญา สุจฉายา. (2556). ผู้สืบทอดเป็นผู้ถือครองมิใช่เจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. วารสารไทยศึกษา, 8(2), 97-121.

อุรวี เงารุ่งเรือง. (2550). บทบาทกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น. ใน วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Munzer, S. R. & Raustiala, K. (2009). The uneasy case for intellectual property rights in traditional knowledge. Cardozo Arts & Entertainment Law Journal, 27(1), 56-58.