แนวทางการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการสร้างพื้นที่แห่ง การเรียนรู้ของสถานศึกษาในสหวิทยาเขตเมืองปราการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสหวิทยาเขตเมืองปราการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างคือครูจำนวน 242 คน โดยการเทียบสัดส่วนตามตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน จากนั้นใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายตามสัดส่วนส่วนของแต่ละสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.986 และแบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษา จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านการทำงานเป็นทีมมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด มีแนวทางการพัฒนาดังนี้ 1) ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ ควรกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด วางแผน และติดตามประเมินผลการพัฒนาพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ 2) ด้านการบริการที่ดี ควรส่งเสริมการให้บริการและอำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่และทรัพยากรทางการศึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนา 3) ด้านการพัฒนาตนเอง ควรพัฒนาความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการพื้นที่แห่งการเรียนรู้ รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ และ 4) ด้านการทำงานเป็นทีม ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความร่วมมือของครู บุคลากร ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการพัฒนาพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จตุรพล แสนศิลา. (2564). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต3. ใน วิทยานพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พงษ์พิทักษ์ นามนิตย์. (2565). แนวทางการพัฒนาสมรถนะหลักผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สุจิตรา พิพัฒนพงษ์. (2564). นวัตกรรมเส้นทางการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะผู้นำในอนาคต. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสกสรร อินทะวงศ. (2566). สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4. ใน สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยพะเยา.
เอกรินทร์ เขียวไปล่. (2564). สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Bygstad, B. et al. (2022). From dual digitalization to digital learning space: Exploring the digital transformation of higher education. Computers & Education, 182(104463), 1-11.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New yrok: Harper & Row.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Likert, R. (1967). The human organization: Its management and value. New York: McGraw Hill.
Papaioannou, G. et al. (2023). Learning spaces in higher education: a state-of-the-art review. Trends in Higher Education, 2(3), 526-545.
Uğur, N. et al. (2023). A field study on school administrators: selection, competencies and challenges. International Journal of Turkish Education Sciences, 2023(20), 162-201.
Yan, L. et al. (2023). Socio-Spatial Learning Analytics in Co-located Collaborative Learning Spaces: A Systematic Literature Review. Journal of Learning Analytics, 10(3), 45-63.