การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการสอนไวยากรณ์จีน สำหรับหลักสูตรภาษาจีน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันตก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการสอนไวยากรณ์จีนสำหรับหลักสูตรภาษาจีน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไวยากรณ์จีนสำหรับหลักสูตรภาษาจีน 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบกิจกรรมการสอนไวยากรณ์จีนสำหรับหลักสูตรภาษาจีนในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันตก กลุ่มตัวอย่างที่่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี สำหรับหลักสูตรภาษาจีน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันตก ภาคเรียนที่่ 2 ปีการศึกษา 2566 โดยวิธีการแบบสุ่มอย่างง่าย ด้วยการจับฉลาก จำนวน 80 คน เครื่องมือที่ใช้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.956 ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test ผลการศึกษาพบว่า 1) ประสิทธิภาพของรูปแบบกิจกรรมการสอนไวยากรณ์จีนในหลักสูตรภาษาจีน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีค่าเท่ากับ 83.25/93.06 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 75/75 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไวยากรณ์จีนของนักศึกษาก่อนเรียนและหลังเรียนในหลักสูตรภาษาจีนตามรูปแบบ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไวยากรณ์จีนของนักศึกษาตามรูปแบบกิจกรรมก่อนเรียน มีค่าเท่ากับ 7.85 คะแนน และหลังเรียนเท่ากับ 15.65 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไวยากรณ์จีนของนักศึกษาในหลักสูตรภาษาจีนตามรูปแบบกิจกรรม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ผลประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาหลังเรียนในหลักสูตรภาษาจีนตามรูปแบบกิจกรรม โดยภาพรวมนักศึกษามีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านแล้ว พบว่า นักศึกษามีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกด้าน ได้แก่ ด้านรูปแบบกิจกรรมการสอนไวยากรณ์จีน รองลงมา คือ ด้านแบบฝึกทักษะ และด้านเนื้อหา ส่วนที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา วุฒิศักดิ์. (2561). การพัฒนารููปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิด“สอนแบบไม่สอน” เพื่อเสริมสร้างความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่่ 5. ใน ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ตรีศูล เกษร และคณะ. (2562). การวิเคราะห์เปรียบเทียบวากยสัมพันธ์ประโยคที่ใช้บุพบท “ba” ในภาษาจีนและ “นำ” ในภาษาไทย. วารสารร่มพฤกษ์, 37(2), 92-102.
นริศ วศินานนท์. (2559). การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย. วารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 9(2), 263-287.
นิพาดา ไตรรัตน์. (2563). การพัฒนารููปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนเชิงรุกบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริม ความคิดสรางสรรค์ของผู้เรียนระดับอุดมศึกษา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ศรีนครินทร วิโรฒ, 21(2), 142-130.
พิมพ์วิภา มะลิลัย และคณะ. (2563). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์ วิชาภาษาจีนกลาง เรื่องพินอินด้วย Google classroom สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่่ 3. e-Journal of Educaotion studies, Buerapha University, 2(2), 31-43.
รัฐพร ปานมณี. (2567). การศึกษาและพัฒนาการเรียนการสอนไวยากรณ์ประโยค“把”(bǎ) ของผู้เรียนภาษาจีนระดับอุดมศึกษาในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC). e-Journalof Education Studies, Burapha University, 6(2), 92-105.
วันเพ็ญ สุขเกษม. (2547). การศึกษาปัญหาการบริหารจัดการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา. ใน วิทยานิพนธ์บริหารการศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). แนวทางการพัฒนาระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รายงานวิจัย). กรุงเทพมหานคร: สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
สิรจิต เดชอมร. (2562). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสเชิงรุกโดยใช้กระบวนการกลุ่ม. วารสารศิลปศาสตร์, 19(2), 83-101.
อานุภาพ เลขะกุล. (2556). การใช้ภาษาในการเขียนตำรา: เอกสารประกอบโครงการอบรมการเพิ่มศักยภาพในการผลิตผลงานทางวิชาการ. สงขลา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.