รูปแบบการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวพระพุทธศาสนา

Main Article Content

เครือวรรณ เทพดำ
สุปรีชา ชำนาญพุฒิพร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพทั่วไปของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 2) วิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และ 3) สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวพระพุทธศาสนา ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยเครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีพรรณนา จากกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 25 รูป/คน ประกอบด้วยพระสงฆ์ นักวิชาการ ผู้นำชุมชน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนภาคประชาสังคม แบ่งเป็น 5 กลุ่ม และจัดเสวนากลุ่ม (Focus Group) จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านพระพุทธศาสนา สังคมศาสตร์ และการจัดการความขัดแย้ง จำนวน 8 รูป/คน ผลการวิจัยพบว่า 1) การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในประเทศไทยยังเผชิญความขัดแย้งทางการเมือง สังคม และอุดมการณ์ แม้มีความพยายามจากหลายภาคส่วน แต่ยังขาดการมีส่วนร่วม การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และกลไกติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความปรองดองยังไม่ยั่งยืน 2) การสร้างความปรองดองที่มีประสิทธิภาพควรบูรณาการทฤษฎีความขัดแย้ง ทฤษฎีการสร้างความปรองดอง และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ได้แก่
ทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญตา ปรโตโฆสะ และกัลยาณมิตตตา เพื่อส่งเสริมความเข้าใจ การยอมรับความแตกต่าง ความไว้วางใจ และความเป็นธรรมในสังคม 3) งานวิจัยได้พัฒนาองค์ความรู้ใหม่เป็น B-SHARE Model ร่วมกับกระบวนการ A-B-R-P โดยบูรณาการหลักพรหมวิหาร 4 สังคหวัตถุ 4 สาราณียธรรม 6 และอคติ 4 เพื่อพัฒนาจิตสำนึกสันติ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ฟื้นฟูความสัมพันธ์ คลี่คลายความขัดแย้งอย่างเป็นระบบ นำไปสู่การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมไทยและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เทพดำ เ., & ชำนาญพุฒิพร ส. (2026). รูปแบบการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวพระพุทธศาสนา. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(8), 308–320. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/11650
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกพร เทพปา. (2560). กระบวนการสร้างกรอบโครงความคิดของขบวนการเสื้อแดง จังหวัดขอนแก่น. ใน วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการ และการปกครองจัการปกครอง. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Chula ETD.

ไตรรัตน์ ธนะประกอบกรณ์. (2562). การสร้างสันติประชาคมตามแนวพุทธ. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์, 15(3), 16-26.

ประเทืองรัตนา และ ล้วนแก้ว. (2565). พัฒนาตัวชี้วัดและวัดระดับสันติภาพสังคมไทย พ.ศ.2563. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 9(3), 937-949.

พระครูวิจิตรศีลาจาร และกันตภณ หนูทองแก้ว. (2567). การเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อยกระดับการพัฒนาวัดประชารัฐสร้างสุขในจังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 9(3), 373-386.

พระครูสมุทรวชิรานุวัตร และพระปิฎกโกศล. (2564). การพัฒนาการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของชุมชนตามแนววิถีพุทธในจังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 9(1), 1-7.

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2562). หนังสือพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์พุทธธรรม.

พระศิวกร ปญฺญาวุฑฺโฒ และคณะ. (2567). การพัฒนาความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนตามหลักพุทธธรรม. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 24(3), 271-286.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

วรุตม์ อินทฤทธิ์. (2559). การศึกษากับการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทย. การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 3(1), 80-90.

สถาบันพระปกเกล้า. (2567). ความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่าง ๆ และความพึงพอใจต่อการบริการสาธารณะ พ.ศ. 2567 และสรุปผลการสำรวจ พ.ศ. 2545-2567. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สุวิทย์ อุ่นขาว และวีรนุช พรมจักร. (2567). พลวัตของความขัดแย้งและการระงับความขัดแย้งทางการเมืองสังคมไทย ช่วงปี พ.ศ. 2540-2562. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(5), 200-213.

Govier, T. & Verwoerd, W. (2002). Trust and the problem of national reconciliation. Philosophy of the Social Sciences, 32(2), 178-205.

Lederach, J. P. (1997). Building peace: Sustainable reconciliation in divided societies. Washington, DC: United States Institute of Peace Press.