การพัฒนากิจกรรมศิลปะและต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางใจสำหรับบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการในการสร้างสรรค์งานศิลปะ 2) เพื่อออกแบบกิจกรรมศิลปะ 3) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากผลงานศิลปะ และ 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อกิจกรรมศิลปะและผลิตภัณฑ์ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ประชากร ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ บุตรหลานบุคลากรโรงพยาบาล ศิลปิน และผู้ที่สนใจ กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบอาสาสมัคร จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความต้องการ แบบประเมินความพึงพอใจกิจกรรมศิลปะ และแบบประเมินความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิโดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องที่ระดับ 0.50 การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ สำรวจพื้นที่ ศึกษาความต้องการ จัดกิจกรรมศิลปะ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรมีความต้องการกิจกรรมศิลปะที่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานและสะท้อนอัตลักษณ์จังหวัดเพชรบุรี จึงพัฒนากิจกรรมศิลปะและทดลองผลการประเมินความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (
= 4.55, S.D. = 0.58) ผู้เข้าร่วมเห็นว่ากิจกรรมช่วยสร้างความเพลิดเพลิน ลดความเครียด และส่งเสริมการเรียนรู้อัตลักษณ์ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดผลงานศิลปะเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ได้แก่ ผ้าห่มและหมอนซุกมือ โดยผลิตภัณฑ์ผ้าห่มมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดี (
= 4.47, S.D. = 0.84) และหมอนซุกมืออยู่ในระดับดีมาก (
= 4.75, S.D. = 0.44) สะท้อนว่ากระบวนการศิลปะแบบมีส่วนร่วมสามารถส่งเสริมสุขภาวะของบุคลากร ควบคู่กับการพัฒนาศิลปะในพื้นที่และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรุงเทพธุรกิจ. (2567). “เครียด - ซึมเศร้า - ฆ่าตัวตาย” รักษาสุขภาพใจด้วย “ศิลปะบำบัด”. เรียกใช้เมื่อ 6 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1147192
เจาะลึกสุขภาพ. (2026). “หมอรัชริน” ชื่นชมโมเดล “สุขภาวัฒน์” รพ.พระจอมเกล้า ชูรพ.ต้นทางสร้างสุขภาพ ไม่ใช่ปลายทางของโรค. เรียกใช้เมื่อ 6 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.hfocus.org/content/2026/03/37371
ชัชชล อัจนากิตติ. (2566). มานุษยวิทยากับการออกแบบโรงพยาบาล. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. เรียกใช้เมื่อ 5 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.sac.or.th/portal/th/article/detail/425
ทรัพย์ อมรภิญโญ. (2564). การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์จากวัสดุท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม กลุ่มจักสานชุมชนบ้านไชยา หมู่ 4 อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 13(3), 88-101.
นิชชุนันท์ ประสารพันธ์และคณะ. (2564). ภาวะหมดไฟในการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของบุคลากรในโรงพยาบาลเอกชน กรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 35(3), 48-63.
พรนภา สุขมูลศิริ และรุ่งนภา สุวรรณศรี. (2564). การออกแบบสื่อศิลปะบำบัดความเครียดเพื่อส่งเสริม สุขภาวะจิตในวัยทำงาน. วารสารศิลปกรรมศาสตร์วิชาการ วิจัย และงานสร้างสรรค์, 8(2), 95-133.
Binson, B. & Kinear, A. (2013). Creative arts therapy with Thailand's Mobile Arts Therapy Group. Journal of Urban Culture Research, 6, 26-35. https://doi.org/10.14456/jucr.2013.2.
Davies, C. et al. (2016). Arts, public health and the National Arts and Health Framework: a lexicon for health professionals. Australian and New Zealand Journal of Public Health, 40(4), 304-306.
Foster, M. W. et al. . (2025). The effects of viewing visual artwork on patients, staff, and visitors in healthcare settings: A scoping review. PLOS One, 20(8), e0328215. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0328215.
Karnik, M. et al. (2014). A hospital's contemporary art collection: effects on patient mood, stress, comfort, and expectations. HERD: Health Environments Research & Design Journal, 7(3), 60-77.
Kemmis, S. & McTaggart, R. (1988). The action research planner. Geelong, Australia: Deakin University Press.
Lankston, L. et al. (2010). Visual art in hospitals: Case studies and review of the evidence. Journal of the Royal Society of Medicine, 103(12), 490-499.
Qiu, L. et al. (2024). The role of souvenirs in enhancing local cultural sustainability: A systematic literature review. Sustainability, 16(10), 3893. https://doi.org/10.3390/su16103893.
Sonke, J. et al. (2025). Relationships between arts participation, social cohesion, and well - being: an integrative review of evidence. Frontiers in Public Health, 13, 1589693. https://doi.org/10.3389/fpubh.2025.1589693.
Tjasink, M. et al. (2023). Art therapy-based interventions to address burnout and psychosocial distress in healthcare workers-a systematic review. BMC Health Services Research, 23(1), 1-18.