พระเครื่องเบญจภาคี : มุมมองทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการบูชาวัตถุมงคลในสังคมไทย
คำสำคัญ:
พระเครื่องเบญจภาคี, เซียนพระ, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัตถุมงคลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา คติความเชื่อ และการจัดสร้างพระเครื่องเบญจภาคีในสังคมไทย 2) เพื่อศึกษาประสบการณ์ของเซียนพระเครื่องเบญจภาคี การจัดสร้าง การผลิตซ้ำ และการบูชาวัตถุมงคลในสังคมไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่ศึกษาจากเอกสารหลักฐาน และการลงพื้นที่สัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างที่ตลาดพระเครื่อง ห้างพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ เซียนพระพระเครื่องเบญจภาคี พระสงฆ์ กรรมการบริษัทท่าพระจันทร์ดอทคอม และพุทธศาสนิกชน รวม 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลแบบการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า คติความเชื่อเกี่ยวกับการทำให้วัตถุเป็นเครื่องรางในสังคมไทยมีมายาวนานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เพื่อเหตุผลด้านวัตถุและด้านจิตใจ การจัดสร้างพระเครื่องในยุคแรกเริ่มต้นจากการปลุกเสกมวลสารของพระอาจารย์ชื่อดังในประเทศไทยหรือสิ่งมงคลตามความเชื่อของลูกศิษย์ เช่น ผงกระดูก เส้นผม หรือชิ้นส่วนของเครื่องนุ่งห่ม พระเครื่องเบญจภาคี เริ่มจากปี พ.ศ. 2495 โดยการรวบรวมพระดัง 3 องค์ ได้แก่ “พระสมเด็จ” วัดระฆัง “พระรอด” กรุวัดมหาวัน จังหวัดลำพูน และ “พระนางพญา” จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาเพิ่มอีก 2 องค์ ได้แก่ “พระกำแพงซุ้มกอ” จังหวัดกำแพงเพชร และ “พระผงสุพรรณ” กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี จากมุมมองและประสบการณ์ของเซียนพระเครื่องเบญจภาคี พบว่า การจัดสร้างพระเครื่องในสังคมไทยมีพัฒนาการตามยุคสมัย เริ่มจาก
การใช้มวลสารตามธรรมชาติผสมกับสิ่งมงคล เช่น เศษเส้นผม เครื่องนุ่งห่ม หรือสิ่งที่พระเกจิอาจารย์ปลุกเสก ต่อมามีการผลิตซ้ำโดยนำหลักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาปรับ เช่น ปูนขาว ดินเผา และผงอัฐิหรือเถ้ากระดูก จากมุมมองของเซียนพระเครื่องในการบูชาวัตถุมงคลในสังคมไทย คือ ผู้บูชาต้องมีความรู้ทางประวัติศาสตร์และรู้วิธีการตรวจสอบทางโบราณคดี รวมทั้งต้องมีความเชื่อ ความศรัทธา และปฏิบัติตนตามหลักศาสนา กระแสความนิยมพระเครื่องเกิดความแพร่หลายของการบอกเล่าปากต่อปากเรื่องพุทธคุณ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย อยู่ยงคงกระพัน และมีโชคมีลาภ รวมทั้งพระเครื่องเบญจภาคีหาได้ยาก และเกิดการชำรุดสูญหายตามกาลเวลา ทำให้มีราคาสูง และเกิดการผลิตซ้ำทาง ความเชื่อ กลายเป็นการบริโภคทางวัฒนธรรม และเกิดกระบวนการทำวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินค้า
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แก้วเทพ และสมสุข หินวิมาน. (2551). สายธารแห่งนักคิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองกับสื่อสารศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ภาพพิมพ์.
กิตติ ภิญโญ. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อความนิยมพระเครื่องของประชาชนที่มีความสนใจพระเครื่อง ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษาศูนย์พระเครื่อง ห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า สาขางามวงศ์วาน. นิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจบันเทิงและการผลิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ชลิดา แย้มศรีสุข. (2559). แนวคิดลัทธิบริโภคนิยมในท้องถิ่น และการล่มสลายของท้องถิ่น. ปริญญาเอกสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมืองและการจัดการ มหาวิทยาลัยบูรพา.
ดินาร์ บุญธรรม. (2561). พระเครื่องเบญจภาคี. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2566,
จาก http://www.thaistudies.chula.ac.th/2018/09/29/พระเครื่องเบญจภาคี/
ทัศนียา บริพิศ. (ตุลาคม 2556). “วัฒนธรรมบริโภคนิยม ทุนนิยมและสัญญะ”. สารอาศรม วัฒนธรรมวลัย ลักษณ์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 1(1) : 39 - 42.
เทพย์ สาริกบุตร. (2533). คัมภีร์หัวใจ 108. กรุงเทพฯ : เสริมวิทย์บรรณาคาร.
แทน ท่าพระจันทร์. (2563). พุทธคุณความเชื่อ. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566,จาก https:// www.kaosod.co.th/new
นรุตม์ บุตรพลอย เเละเเสงทอง บุญยิ่ง. (เมษายน 2563) “การจําเเนกภาพพระเครื่องเบญจภาคีด้วยดีฟเลิร์นนิ่ง”. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, 8(1) : 100.
พระองค์ครู. (2557). พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่อุปเทห์การใช้พระเครื่องในสถานการณ์ต่าง ๆ. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566, จากhttps://www.thairath.co.th/lifestyle/amulet/2471841
พลายชุมพล. (2563). รู้จักพระซุ้มกอ กรุวัดพิกุล. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566,จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/amulet/1971753
พลายชุมพล. (2563). ประวัติที่มาของพระผงสุพรรณ. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2566,จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/amulet/1980873
มาริสา จันทร์ฉาย. (2551). พฤติกรรมบริโภคนิยมของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่. ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนามนุษย์และสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ยอร์ช เซเดส์. (2469). ตำนานพระพิมพ์. กรุงเทพฯ : โสภณพิพัฒนธนากร.
รอบทิศ ไวยสุศรี. (2551). การศึกษาวิเคราะห์พระเครื่องในฐานะเป็นกุศโลบายในการปฏิบัติธรรม. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ศักดิ์ชัย สายสงค์. (2562). ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. สมุทรปราการ : เมืองโบราณสำนักพิมพ์
ศิริพร เจนวิทยาอมรเวช. (2554). พฤติกรรมการเช่าบูชาความเชื่อและความศรัทธาในพระเครื่องและวัตถุมงคล.
ศิริวรรณ วิบูลย์มา, วิรุณ ตั้งเจริญ, ปรีชา ช้างขวัญยืน, จุลทรรศน์ พยาฆรานนท์. (2555). สัญลักษณ์พระสมเด็จ: การถอดรหัสทางพุทธศิลป์และความหมายทางสังคมวัฒนธรรมของพระพิมพ์ สกุลสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี). วารสารศรีนครินทรวิโรฒ วิจัยและพัฒนา, 4(7), 1. สืบค้นจาก https://ejournals.swu.ac.th/index.php/
swurd/article/view/2374/2413 ของเภสัชกร. วิทยานิพนธ์ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการประกอบการบัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2537). พระเครื่องในเมืองสยาม. กรุงเทพฯ : มติชน.
ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ. (2555). คู่มือการดูพระอย่างถูกวิธี (ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ : ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ.
ศุภชัย เรืองสรรงามสิรี. (2555). พระเบญจภาคีและเนื้อผงยอดนิยม. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลลิชชิ่ง
ศุภฤกษ์ ขจรกลิ่น. (2548). ความเชื่อเรื่องพระเบญจภาคีในสังคมไทย. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหา บันฑิตสาขาวิชาไทยศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สุทธิวัฒน์ โตสมบุญ. (2553). กระบวนการถ่ายทอดความรู้ของผู้ค้าพระเครื่องไทย. วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนามนุษย์แบบศึกษาศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุภัทรดิศ ดิศสกุล. (2539). ศิลปะในประเทศไทย. นครปฐม : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุวคนธ์ สมไพรพิทักษ์. (กรกฎาคม-ธันวาคม 2562). “การผลิตซ้ำและการสร้างใหม่ของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชุมชนบ้านสาวะถีสู่รากฐานการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์”. วารสารศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ. 6(2) : 9.
หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม. (2565). พุทธคุณความเชื่อพระสมเด็จวัดระฆัง. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2566, จาก https://www.thairath.co.th/horoscope/horoscope-%20seer/2570386
อาจารย์ราม วัชรประดิษฐ์. (2563). ตำนานเรื่องนางพญา. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2566,จาก https://siamrath.co.th/n/47267
เอก ศรีประจันต์. (2565). ประวัติพระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีมหาธาตุ สุพรรณบุรี สุพรรณบุรี (ยอดเบญจภาคีเมืองไทย). สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2556, จาก https://www.webpra.
com/forum/topic/show/8156/page/1
Phinitsap, S. (2012). Education for the sake of creativity : Case the degeneration in the faithon the Buddha series five parties in Thai society (Master’s thesis). Srinakharinwirot University, Bangkok
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารราชภัฏพระนครวิชาการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Each publish articles were copyright by Phranakorn Rajabhat University
Any contents which appeared in each articles in the journal were authors personal opinion. It did not relate to Phranakorn Rajabhat University and other instructors in the university. Each authors would take responsibility on their articles. If there are any mistake, the authors will take responsibility themselves