การบริหารจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ตามหลักสังคหวัตถุ 4

ผู้แต่ง

  • ต้องรัก พุฒศรี สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • วรกฤต เถื่อนช้าง สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การบริหารการศึกษาปฐมวัย, สังคหวัตถุ 4, การบริหารสถานศึกษา, การพัฒนาเด็กปฐมวัย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการจัดการบริหารศึกษาระดับปฐมวัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3  (2) เสนอแนวทางการจัดการบริหารศึกษาระดับปฐมวัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ตามหลักสังคหวัตถุ 4 การวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 จำนวน 291 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ เท่ากับ 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.970 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 รูป/คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

  1. สภาพการจัดการบริหารศึกษาระดับปฐมวัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.61, S.D. = 0.54) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการประเมินพัฒนาการ อยู่ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.68, S.D. = 0.50) รองลงมา คือ ด้านการจัดประสบการณ์ อยู่ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.64, S.D. = 0.52) รองลงมา คือ ด้านการจัดสภาพแวดล้อม สื่อและแหล่งเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.61, S.D. = 0.53) รองลงมา คือ ด้านการเขียนแผนการจัดประสบการณ์ อยู่ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.58, S.D. = 0.55) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย อยู่ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.52, S.D. = 0.58)
  2. แนวทางการบริหารการศึกษาระดับปฐมวัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบว่า 1) ด้านการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทและพัฒนาการของเด็ก 2) ด้านการเขียนแผนการจัดประสบการณ์ ผู้บริหารควรนิเทศ ติดตาม และให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องตามหลักสังคหวัตถุ 4 3) ด้านการจัดประสบการณ์ ผู้บริหารควรส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือปฏิบัติจริง 4) ด้านการจัดสภาพแวดล้อม สื่อ และแหล่งเรียนรู้ ผู้บริหารควรสนับสนุนให้มีความปลอดภัย เหมาะสม และเอื้อต่อการเรียนรู้ และ 5) ด้านการประเมินพัฒนาการ ผู้บริหารควรส่งเสริมการนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาเด็กและยกระดับคุณภาพการศึกษาปฐมวัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยยึดหลักสังคหวัตถุ 4 เป็นแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการศึกษา

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

นิภาพร ชัยวัฒน์. (2562). ปัญหาและแนวทางพัฒนาการศึกษาปฐมวัยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2555). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สุกัญญา แสงสนธิ์. (2560). การพัฒนากลยุทธ์การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 และเขต 2. ใน วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2557). คู่มือดำเนินงานประเมินพัฒนาการนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา 2557. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์. (2564). ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2564. เพชรบูรณ์: สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์.

อารยา เครือคำ. (2560). การพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยแบบองค์รวมตามแนวพุทธในโรงเรียนวัด. ใน วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

Epstein, J. L., Sanders, M. G., Sheldon, S. B., Simon, B. S., Salinas, K. C., Jansorn, N. R., Van Voorhis, F. L., Martin, C. S., Thomas, B. G., Greenfeld, M. D., Hutchins, D. J., & Williams, K. J. (2018). School, family, and community partnerships: Your handbook for action (4th ed.). Thousand Oaks, CA: Corwin Press. Retrieved May 16, 2026, from https://eric.ed.gov/?id=

ED586508.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

OECD. (2015). Starting Strong IV: Monitoring Quality in Early Childhood Education and Care. Paris: OECD Publishing. Retrieved May 16, 2026, from https://doi.org/10.1787/9789264233515-en.

Siraj-Blatchford, I. & Manni, L. (2007). Effective leadership in the early years sector: The ELEYS study. London: Institute of Education, University of London. Retrieved May 16, 2026, from https://eric.ed.gov/?id=ED513302.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย