การบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการปกครองที่ดีขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา

ผู้แต่ง

  • วัฒนพล จาระโห มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช
  • พระมหาเอกกวิน ปิยวีโร (อะซิ่ม) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช

คำสำคัญ:

การบูรณา, หลักทศพิธราชธรรม, การปกครองที่ดี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการปกครองที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา และ 2) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการปกครองที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Yamane กลุ่มตัวอย่างคือ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสงขลา จำนวน 389 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามและวิเคราะห์โดยใช้สถิติพรรณนาได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

          ผลการวิจัยพบว่า 1) การบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการปกครองที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา โดยรวมอยู่ในระดับมาก (  =3.57, S.D.= 1.08) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านปริจาคะ (การเสียสละ) มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (  = 3.89, S.D.=0.98) รองลงมาคือ ด้านมัททวะ (ความอ่อนโยน) ( =3.83, S.D. =1.03 และด้านที่น้อยที่สุดคือ ด้านอวิโรธนะ (ความยุติธรรม) ( =3.31, S.D.=1.11) และ 2) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการปกครองที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา มีจุดแข็งในด้านปริจาคะ (การเสียสละ), มัททวะ (ความอ่อนโยน) และ ขันติ (ความอดทน) ซึ่งอยู่ในระดับสูง แต่ยังพบจุดอ่อนในหลายด้านที่ควรได้รับการพัฒนาได้แก่ ทาน (การให้), อาชชวะ (ความซื่อตรง), ตปะ (ความเพียร), อักโกธะ (ความไม่โกรธ), อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน) และ อวิโรธนะ (ความยุติธรรม) ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง แนวทางพัฒนาคือการสร้างระบบบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นธรรม มีกิจกรรมอบรมพัฒนาคุณธรรม การพัฒนาทักษะต่าง ๆ การจัดสรรงบประมาณ หากองค์กรสามารถพัฒนาและปรับปรุงในด้านที่อ่อนแอพร้อมกับรักษาจุดแข็งที่มีอยู่ไว้ได้อย่างต่อเนื่องจะทำให้การบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมบรรลุผลและยกระดับการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสงขลาให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมและยั่งยืนต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กรุงเทพธุรกิจ. (2567). เทศบาลเมืองวังสะพุงใช้หลักทศพิธราชธรรมเสริมสร้าง ธรรมาภิบาล.กรุงเทพธุรกิจ.เรียกใช้เมื่อ 20 ธันวาคม 2568 จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/658191

กันตภณ หนูทองแก้ว และ พระครูปริยัติกิจจาภิรม. (2560).การประยุกต์หลักทศพิธราชธรรมในการบริหารงานของผู้บริหารเทศบาลเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลา.วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 4(1), 47-61.

กัลยารัตน์ วุฒิปรัชญานันท์และคณะ. (2567).ประสิทธิผลของการนำนโยบายการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดีไปปฏิบัติ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคเหนือตอนล่าง 2.Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(6), 742–757.

พระครูสุรัตวิหารการ เขมธมฺโม (รอดแก้ว) และคณะ. (2562).การใช้หลักทศพิธราชธรรมในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของพระสังฆาธิการในจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต). วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(10), 5425-5440.

พระเจริญ เตชปัญโญ (บุญโส) และ พระมหาสนอง ปัจโจปการี (จำนิล). (2564). การบริหารงานตามหลักทศพิธราชธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลฝั่งแดง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม.วารสารศึกษิตาลัย วัดศรีสุมังคล์, 2(3), 43-56.

สมภพ บุญล้อม. (2565).การบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมในการสร้างความไว้วางใจต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีกลุ่มอำนวยการพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน กรุงเทพมหานคร.ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สิริจรรยา ตันทอง และ พชรเดช เสมานู. (2566). การบูรณาการตามหลักทศพิธราชธรรมในการบริหารงานของบุคลากร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด.วารสารรัฐศาสตร์สาส์น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2(2), 36-48.

สุมาลี บุญเรือง และ พระอโณทัย กตปุญฺโญ. (2564). หลักธรรมาภิบาลกับการพัฒนาผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา.วารสารพุทธศาสน์ศึกษา, 11(1), 85–98.

สุระชัย ชูคง. (2567). การบริหารงานตามหลักทศพิธราชธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี.วารสารสิทธิ์ทรรศน์, 2(4), 212-222.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York, NY: Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-28

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย