การเสริมสร้างค่านิยมของประชาชนเพื่อต่อต้านการทุจริตและ ประพฤติมิชอบทางการเมืองในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างค่านิยม, ต่อต้านการทุจริต, ประพฤติมิชอบทางการเมืองบทคัดย่อ
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการเสริมสร้างค่านิยมของประชาชนเพื่อต่อต้าน การทุจริตและประพฤติมิชอบทางการเมืองในอําเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการเสริมสร้างค่านิยมของประชาชนเพื่อต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทางการเมืองในอําเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน วิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ใช้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบมีโครงสร้าง จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน และวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. การเสริมสร้างค่านิยมของประชาชนเพื่อต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทาง การเมืองในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 5 ด้าน อยู่ใน ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับ ตามค่าเฉลี่ยจากสูงไปต่ำ พบว่า ด้านการสร้างค่านิยมต่อต้าน (= 4.31, S.D. = 0.75) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการป้องกันและเฝ้าระวัง (= 4.20, S.D. = 0.81) และด้านการปลูกฝังและสร้างจิตสำนึก (= 4.03, S.D. = 0.84) มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 2. แนวทางการเสริมสร้างค่านิยมของประชาชนเพื่อต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทาง การเมืองในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านรูปแบบที่เรียกว่า BEST Model กล่าวคือ 1) B= Building Awareness หมายถึง การสร้างความตระหนักรู้, 2) E = Engagement หมายถึง การมีส่วนร่วมของประชาชน 3) S = Strengthening Values หมายถึง การเสริมสร้างค่านิยมและคุณธรรม และ 4) T = Transparency & Trust หมายถึง ความโปร่งใสและความไว้วางใจ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงมหาดไทย. (2566). แผนปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570). กระทรวงมหาดไทย. เรียกใช้เมื่อ 15 ตุลาคม 2568 จาก http://www.anticor.moi.go.
กิตติ สัตรัตน์. (2564). การทุจริตคอร์รัปชันและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในประเทศไทย. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์, 18(2), 45–62.
นัทธมน กันเกา. (2565). การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น. วารสารการเมืองการปกครอง, 9(3), 201–219.
บวร ขมชุณศรี. (2564). การส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบและการตัดสินใจทางการเมืองตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารรัฐศาสตร์ศึกษา, 12(1), 85–102.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น .(พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พระครูศรีปริยัตยาภิมณฑ์ และคณะ. (2565). การเสริมสร้างค่านิยมเพื่อต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทางการเมืองในเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 28(2), 163–174.
พระธนะพลวัฒน์ วฑฺฒโน และคณะ. (2568). การประชาสัมพันธ์ด้านการต่อต้านการทุจริตในอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และการพัฒนา, 6(1), 112–128.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2565). รายงานสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทย ประจำปี 2565. สำนักงาน ป.ป.ช. เรียกใช้เมื่อ 17 ตุลาคม 2568 จาก https://www.nacc.go.th/categorydetail/2022070610494794/20230921092338
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2568). รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงการทุจริตในกระบวนการลงทุนภาครัฐ. สำนักงาน ป.ป.ช.เรียกใช้เมื่อ 20 ตุลาคม 2568 จาก https://www.nacc.go.th/categorydetail/2022070610494794/20230921092338
สำนักงานสถิติแห่งชาติจังหวัดนครศรีธรรมราช. (2567). สถิติประชากรและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอำเภอ เมืองนครศรีธรรมราช. สำนักงานสถิติแห่งชาติ.เรียกใช้เมื่อ 15 ตุลาคม 2568 จาก https://nksitham.nso.go.th.
สุจิตรา บุณยรัตพันธุ์. (2546). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุจินต์ ธรรมชาติ. (2544). สถิติและการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุปัน สมสาร์. (2563). บทบาทของภาคประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐ. วารสารสังคมศาสตร์ท้องถิ่น, 5(2), 77–94.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
