การบริหารทรัพยากรบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูเจเนอเรชั่นวาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2
คำสำคัญ:
การบริหารทรัพยากรบุคคล, แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน, ครูเจเนอเรชั่นวาย, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 2) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูเจเนอเรชั่นวาย 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารทรัพยากรบุคคลกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และ 4) ศึกษาปัจจัยการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน กลุ่มตัวอย่างคือครูเจเนอเรชั่นวาย ปีการศึกษา 2567 จำนวน 285 คน กำหนดขนาดตัวอย่างด้วยตาราง Krejcie และ Morgan สุ่มแบบแบ่งชั้นตามขนาดสถานศึกษาและสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .973 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์เพียร์สัน และถดถอยพหุคูณแบบคัดเลือกเข้า
ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารทรัพยากรบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านสูงสุดคือการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร และด้านต่ำสุดคือการธำรงรักษาบุคลากร 2) แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูเจเนอเรชั่นวายโดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านสูงสุดคือการทำงานร่วมกันเป็นทีม และด้านต่ำสุดคือวัฒนธรรมองค์กร 3) การบริหารทรัพยากรบุคคลมีความสัมพันธ์ทางบวกกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 (r = .714**) โดยเด่นในด้านการธำรงรักษาบุคลากรและด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน 4) การบริหารทรัพยากรบุคคลทั้ง 6 ด้านร่วมกันพยากรณ์แรงจูงใจได้ร้อยละ 37.10 (R² = .371) อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยทุกด้านมีอิทธิพลเชิงบวก และด้านการพัฒนาบุคลากรมีอิทธิพลสูงสุด สรุปได้ว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับแรงจูงใจและคุณภาพการปฏิบัติงานของครูเจเนอเรชั่นวายในสถานศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กอบกุล ต๊ะปะแสง. (2563). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี.ใน สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
เกียรติษฎา ภูมิเพ็ง. (2564). การศึกษาความต้องการและแรงจูงใจในการทำงานวิจัยสถาบันของบุคลากร สายสนับสนุนวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.ในรายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ฐิติพัฒน์ วีณิน. (2566). การเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการทำงานของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการเขต 2.วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,18(3), 85–100.
ดารารัตน์ ตู้นิ่ม. (2567). แนวทางการสร้างความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูเจเนอเรชันวาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 8(1), 383-397.
ปริญญา ยกพล และ ศักดิพันธ์ ตันวิมลรัตน์. (2567). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารกับความพึงพอใจของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. วารสารบัณฑิตศาส์นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ,21(1). 1-17.
ปรียาภรณ์ ชื่นสนธิพันธุ์. (2566). อิทธิพลของบรรยากาศสถานศึกษาและแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่ส่งผลต่ประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2.ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ศิริวัฒน์ ธีระชาญณรงค์. (2566). การรักษาข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นวายให้คงอยู่กับองค์การ กรณีศึกษา สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานอัยการสูงสุด. ใน สารนิพนธ์. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2. (2567). เเผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. (อินเตอร์เนต) เรียกใช้เมื่อ 15 ธันวาคม 2567
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). คู่มือการปฏิบัติงานของข้าราชการเเละบุคลากรทางการศึกษา รักษาการในตำเเหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน.กรุงเทพมหานคร โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรเเห่งประเทศไทย.
อัจฉราภรณ์ บัวลังกา. (2563). รูปแบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในโรงเรียนประถมศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.ใน วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎี
สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Dessler, G. (2013). Strategic human resource management and the HR scorecard. Nj, New, 13(1), 73–99.
Glass, A. (2007). Understanding generational differences for competitive success. Industrial and commercial training, 39(2), 98-103.
Krejcie, R. V., และ Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Parker, S. G., McCue, P., Phelps, K., McCleod, A., Arora, S., Nockels, K., Kennedy, S., Roberts, H., และ Conroy, S. (2018). What is comprehensive geriatric assessment (CGA) An umbrella review. Age and Ageing, 47(1), 149-155.
