การประเมินความต้องการจำเป็นแบบสมบูรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อม ของครูในการส่งเสริมการเรียนรู้แบบควอนตัมในโรงเรียน ขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี

ผู้แต่ง

  • วิภารัตน์ ชีวิกุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • วรรณวิศา สืบนุสรณ์ คล้ายจำแลง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • รัชพล วิทยานนท์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้แบบควอนตัม, การพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้แบบควอนตัม, การวัดและประเมินผลแบบควอนตัม, การประเมินความต้องการจำเป็น

บทคัดย่อ

ภายใต้การเปลี่ยนผ่านจากการจัดการเรียนรู้แบบเดิมที่ยึดกรอบการสอนเชิงเส้นตรง ไปสู่การจัดการเรียนรู้แบบควอนตัมซึ่งมองการเรียนรู้เป็นระบบองค์รวมที่เชื่อมโยงและยืดหยุ่นตามบริบท งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อระบุและจัดลำดับความต้องการจำเป็นในการเตรียมความพร้อมของครูในการส่งเสริมการเรียนรู้แบบควอนตัมในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี 2) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของ            ความต้องการจำเป็น และ 3) พัฒนาแนวทางในการเตรียมความพร้อมของครูในการส่งเสริมการเรียนรู้แบบควอนตัม วิธีดำเนินการวิจัยระยะที่ 1 ระบุและจัดลำดับความต้องการจำเป็นด้วยแบบประเมินความต้องการจำเป็นแบบตอบสนองเดี่ยว กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู 269 คน     จากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ         ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ PNImodified ระยะที่ 2 วิเคราะห์สาเหตุด้วยการสนทนากลุ่มด้วยการสนทนากลุ่มและวิเคราะห์แผนภูมิก้างปลา และระยะที่ 3 พัฒนาแนวทางการเตรียม     ความพร้อมของครูในการส่งเสริมการเรียนรู้แบบควอนตัมด้วยเทคนิคกลุ่มสมมุตินัย ผู้ทรงคุณวุฒิในระยะที่ 2 และ 3 ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)          โดยเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ 2 คน             และครู 5 คน รวมแล้วทั้งหมด 8 คน

  ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นลำดับที่ 1 คือ ด้านการพัฒนาสื่อและ    แหล่งเรียนรู้แบบควอนตัม (PNImodified =  0.135) 2) สาเหตุที่ทำให้เกิดความต้องการจำเป็น     ที่สำคัญ คือ ภาระงานที่นอกเหนือจากงานสอนของครูมีมากเกินไป จนครูไม่มีเวลาที่จะ         ไปสร้างหรือพัฒนาสื่อ และ 3) แนวทางในการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมของครู                ในการส่งเสริมการเรียนรู้แบบควอนตัม คือ ครูควรได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านการสร้างและพัฒนาสื่อ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ การปรับเปลี่ยนวิธีการสอนของครู เป็นต้น

ผลการวิจัยนำไปสู่การสังเคราะห์แนวคิดระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงพลวัตเพื่อครู           ยุคควอนตัม ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาความพร้อมของครูอย่างเป็นองค์รวมและสอดคล้องกับ     การจัดการเรียนรู้ในบริบทการเปลี่ยนแปลง

เอกสารอ้างอิง

นิทัศน์ หามนตรี. (2558). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในบริบท สถานศึกษาไทย. วารสารศึกษาศาสตร์, 43(2), 89–104.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2560). การประเมินเพื่อการเรียนรู้: แนวคิดและการปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2561). การพัฒนาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วราลี ถนอมชาติ และนภัส ศรีเจริญประมง. (2563). สมรรถนะครูด้านการออกแบบการเรียนรู้ และการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. วารสารครุศาสตร์, 48(3), 45–60.

วิจารณ์ พานิช. (2556). การเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสยามกัม มาจล.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2563). การประเมินความต้องการจำเป็นทางการศึกษา .(พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี. (2567). แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ. 2566– 2570 (ฉบับปรับปรุง) (อินเทอร์เน็ต). เรียกใช้เมื่อ 3 ธันวาคม 2568 จาก https://sssb.go.th/strategic-plan/

อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2561). การออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bennis, W., & Nanus, B. (1985). Leaders: The strategies for taking charge. Harper & Row.

Cascio, J. (2020). Facing the Age of Chaos. Medium. Retrieved April, 2020, from https://medium.com/@cascio/facing-the-age-of-chaos.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.

DePorter, B., Reardon, M., & Singer-Nourie, S. (1999). Quantum teaching: Orchestrating student success. Allyn & Bacon.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-28

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย