ผลกระทบเชิงบวกจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัย ในมณฑลไห่หนาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบเชิงบวกจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะส่วนบุคคลกับผลกระทบเชิงบวกจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในมณฑลไห่หนาน ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลจากนักศึกษามหาวิทยาลัยในมณฑลไห่หนาน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling) ใช้สูตรของทาโร่ยามาเน่ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ T-test and F-test วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) เปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีเชฟเฟ และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Correlation) ผลการวิจัยพบว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในมณฑลไห่หนานสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 และพบว่าลักษณะส่วนบุคคลของนักศึกษาด้านเพศ อายุ ชั้นปีการศึกษา รายได้ต่อเดือน สถานศึกษา มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา พัฒนาการทางสังคมของนักศึกษา ความสะดวกในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นผลกระทบเชิงบวกจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในมณฑลไห่หนาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุป: สื่อสังคมออนไลน์ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา ต่อพัฒนาการทางสังคมของนักศึกษาโดยตรง ซึ่งผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ในด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยในมณฑลไห่หนาน โดยเฉพาะการประชาชาสัมพันธ์กิจกรรมการเรียนการสอน การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัย และใช้สื่อสารเพื่อพัฒนานักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จุลนี เทียนไทย. (2563). ผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทยในมุมมองของนักมานุษยวิทยา. ใน รายงานการวิจัย ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนารักษ์ สารเถื่อนแก้ว และคณะ. (2567). การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคดิจิทัล. วารสารการศึกษาเชิงประยุกต์, 2(5), 37-44.
นภัสวรรณ โกนุทานุรักษ์. (2567). การศึกษาการเปิดรับสื่อและความพึงพอใจที่มีต่อการประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรของพนักงาน บริษัท ไทยกรุ๊ปโฮดิ้ง จำกัด (มหาชน). ใน สารนิพนธ์วารสารศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ภัทรา กลิ่นเลขา. (2565). ผลกระทบจากการใช้โซเชียลมีเดียของนักศึกษามหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. ใน วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สิทธิรักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์ และคณะ. (2565). พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์และผลกระทบต่อนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในกรุงเทพมหานคร. ใน วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Cao, D. et al. (2021). Understanding consumer’s social media engagement behavior: An examination of the moderation effect of social media context. Journal of Business research, 12(21), 835-846.
Hrastinski, S. & Aghaee, N. M. (2012). How are campus students using social media to support their studies? An explorative interview study. Education and Information Technologies, 17(21), 451-464.
Manca, S. & Ranieri, M. (2016). Facebook and the others. Potentials and obstacles of social media for teaching in higher education. Computers & education, 95(15), 216-230.
Murphy, E. (1981). Strategic Planning for Higher Education. The Journal of Higher Education, 5(52), 470-489.
Reena, S. & Ruchi, T. (2016). Demystifying ‘selfie’ : a rampant social media activity. Behavior and information Technology, Taylor & Francis Journals, 35(10), 864-871.