การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องพีระมิด โดยใช้สื่อรูปธรรมตามแนวทาง CPA ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบบริบทเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Main Article Content

พิริยา ปรุงเลิศบัวทอง
ยาฮารียะห์ ดือราแม
อับดุลอาซิส หะมะ
อุลฮุสนา จือนารา
อามีนา เย็ง

บทคัดย่อ

บทความวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พีระมิด ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้สื่อรูปธรรมตามแนวทาง CPA ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบบริบทเป็นฐาน 2) เพื่อศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ในการวิจัยนี้มีประชากร คือ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ของโรงเรียนพัฒนาวิทยา จำนวน 10 ห้อง จำนวน 349 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 จำนวน 37 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบยกกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียน เป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ 5 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย จำนวน 10 ข้อ (มีค่า p อยู่ระหว่าง 0.25 - 0.73 ค่า r อยู่ระหว่าง 0.20 - 0.55 และ KR-20 = 0.47) และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ความก้าวหน้าทางการเรียนและการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีคะแนนเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ดังนี้ M = 3.59, S.D. = 1.40 และ M = 7.16, S.D. = 1.52 ตามลำดับ 2) นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง (<g> = 0.56) และ 3) นักเรียน มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (M = 4.72, S.D. = 0.48)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปรุงเลิศบัวทอง พ., ดือราแม ย., หะมะ อ., จือนารา อ., & เย็ง อ. (2026). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องพีระมิด โดยใช้สื่อรูปธรรมตามแนวทาง CPA ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบบริบทเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 . วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 9(9), 343–352. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JSSD/article/view/11972
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

จิตรวรรณ เอกพันธ์. (2559). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์การสอนเชิงบริบทที่มีต่อความรู้ทางคณิตศาสตร์และความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. An Online Journal of Education, 11(1), 326-342.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

รัตนาภรณ์ ไทยพู และคณะ. (2566). การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Concrete-Pictorial-Abstract ร่วมกับ บาร์โมเดล เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ สำหรับ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 13(2), 45-53.

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

ศันสนีย์ มงคลเมือง และรามนรี นนทภา. (2567). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(4), 103-117.

สำนักงานศึกษาธิการภาค 7. (2568). รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติประจำปีการศึกษา 2567. เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2569 จาก https://share.google/OIPrSFbWbml2KoNOK

อัครพล อนุพันธ์ และคณะ. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้ตาม แนวคิด CPA ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการนำเสนอทางคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(2), 767-784.

Berns, R. G. & Erickson, P. M. (2001). Contextual teaching and learning: Preparing students for the new economy. The Highlight Zone: Research, 2009(5), 1-10.

Bruner, J. S. (1966). Toward a theory of instruction. Cambridge: Belknap Press of Harvard University Press.

De Los Ángeles Ortega Ortega, M. et al. (2025). Using the Singapore Method to improve research into mathematical patterns. LATAM Latin American Journal of Social Sciences and Humanities, 6(4), 3990-4000.

Gilbert, J. K. (2006). On the nature of “context” in chemical education. International Journal of Science Education, 28(9), 957-976.

Hake, R. R. (1998). Interactive-engagement vs. traditional methods: A six-thousand-student survey of mechanics test data for introductory physics courses. American Journal of Physics, 66(1), 64-74.

Hongthong, N. et al. (2024). Effect of open approach and concrete-pictorial-abstract (CPA) approach on number sense and mathematical achievement in subtraction of Grade-1 students. JOURNAL OF SCIENCE & SCIENCE EDUCATION, 7(2), 433-445.

Iyamuremye, E. & Burns, D. (2025). Concrete-Pictorial-Abstract Instruction: Enhancing Students’ Learning Motivation and Achievement in Mathematics. Social Sciences & Humanities Open, 1-16. http://dx.doi.org/10.2139/ssrn.5036329.

Organization for Economic Co-operation and Development. (2023). PISA 2022 results (Volume I): The state of learning and equity in education. Paris: OECD Publishing.

Suksing, W. et al. (2024). The Effects of Learning Activities Based on Concrete Pictorial Abstract (CPA) Approach and Questioning Techniques of Badham to Mathematical Concepts on Volume and Capacity of Rectangular Shape of Grade-5 Students. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(6), 781-800.

Villare, A. & Ching, D. (2023). Concrete-Pictorial-Abstract-Based Localized Supplementary Materials in Improving Grade 4 Cognitive Skills in Mathematics. Psychology and Education: A Multidisciplinary Journal, 13(2), 165-176.