ปัจจัยที่ส่งผลต่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมกีฬาไทยโดยการแสดงคีตะมวยไทย ของนักเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดชลบุรี ระยอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา หาความสัมพันธ์และสร้างสมการพยากรณ์การอนุรักษ์วัฒนธรรมกีฬาไทยโดยการแสดงคีตะมวยไทยของนักเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดชลบุรี ระยอง กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดชลบุรี ระยอง ที่เข้าร่วมการแข่งขันการแสดงคีตะมวยไทยในปีการศึกษา 2568 จำนวน 150 คน โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบสองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับปัจจัย การสอนวิชามวยไทยในชั้นเรียน การเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์กีฬามวยไทยในโรงเรียน ทัศนคติต่ออนุรักษ์กีฬามวยไทย นโยบายการอนุรักษ์กีฬามวยไทยของผู้บริหารโรงเรียน สื่อและการประชาสัมพันธ์การอนุรักษ์กีฬามวยไทย ทุกด้านอยู่ในระดับมาก 2) การอนุรักษ์วัฒนธรรมกีฬาไทยโดยการแสดงคีตะมวยไทยของนักเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดชลบุรี ระยอง โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยทุกด้านมีความสัมพันธ์กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมกีฬาไทยโดยการแสดงคีตะมวยไทยในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 4) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมกีฬาไทยโดยการแสดงคีตะมวยไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ได้แก่ ปัจจัยด้านการสอนวิชามวยไทยในชั้นเรียน (β = 0.38) ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์กีฬามวยไทยในโรงเรียน (β = 0.36) ด้านสื่อและการประชาสัมพันธ์การอนุรักษ์กีฬามวยไทย (β = 0.25) โดยทั้งสามปัจจัยสามารถร่วมกันทำนายการอนุรักษ์วัฒนธรรมกีฬาไทยโดยการแสดงคีตะมวยไทยได้ร้อยละ 75.60
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชนายุทธ์ ไกรวิจิตร และคณะ. (2568). ผลของโปรแกรมการฝึกคีตะมวยไทยที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของนักเรียนโรงเรียนวัดครุนอก (สาอาจ - ดิษฐเจริญวิทยาคาร). วารสารศาสตร์การศึกษาและการพัฒนามนุษย์, 9(2), 51-64.
ชินพรรธน์ อธิชัยวรานนท์ และคณะ. (2568). ซอฟต์พาวเวอร์มวยไทย : การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐโดยใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรม. Journal of Spatial Development and Policy, 3(3), 101-110.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พงศ์ธร แสงวิภาค. (2564). การพัฒนารายวิชามวยไทย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2551. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 13(1), 215-232.
สาคร แก้วสมุทร. (2567). แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนากีฬามวยไทยของจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 15(1), 339-348.
สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และต่อศักดิ์ แก้วจรัสวิไล. (2566). มวยไทย: อํานาจอ่อนที่ทรงอิทธิพล. วารสารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, 2(1), 1-13.
อุดมศักดิ์ แก้วบังเกิด และคณะ. (2565). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยคีตะมวยไทยต่อดัชนีมวลกายเส้นรอบเอว และสมรรถภาพทางกาย ของบุคคลวัยทำงานที่มีภาวะน้ำหนักเกิน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 40(2), 35-44.
Dawson, D. B. (2024). Embodiment and meaning: Muay Thai in different cultural contexts. Proceedings of the annual meeting of the Southern Anthropological Society, 48(1), 40-73.
Faul, F. et al. (2009). Statistical power analyses using G*Power 3.1: Tests for correlation and regression analyses. Behavior Research Methods, 41(2009), 1149-1160.
Muller-Junior, I. L. & Capraro, A. M. (2022). Muay Thai: the consolidation of an invented tradition as a martial art. Ido Movement for Culture. Journal of Martial Arts Anthropology, 22(3), 44-50.
Sarnoff, J. D. (2011). Patent-Eligible Inventions After Bilski: History and Theory. Hastings LJ, 63(2012), 53-124.
Soontayatron, S. (2025). Exploring serious leisure: the journey of foreigners pursuing Muay Thai training in Bangkok and their socio-cultural adaptation. Annals of Leisure Research, 28(5), 1-19.
Sukdee, T. et al. (2020). Factors Affecting on the Preserving Thai Culture of Undergraduate Students in Thailand National Sports University. World Journal of Education, 10(2), 174-180.