การพัฒนาต้นแบบโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเลพื้นที่บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
คำสำคัญ:
โรงเรือนอบแห้ง, ระบบไฮบริด, นวัตกรรมชุมชน, เศรษฐกิจฐานรากบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและพัฒนาต้นแบบโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน 2) พัฒนาชุมชนต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแก้ปัญหาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเลภายใต้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ 3) วิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมจากการใช้นวัตกรรมโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดต่อเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเล ใช้กระบวนการออกแบบเชิงแนวคิดผสานกับแนวคิดเทคโนโลยีที่เหมาะสมและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การมีส่วนร่วมของชุมชน กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเล ผู้นำชุมชน นักวิชาการท้องถิ่น และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมจำนวน 20 คน ซึ่งคัดเลือกโดยใช้หลักเกณฑ์ที่กำหนด ผลการวิจัยพบว่า
นวัตกรรมโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริดซึ่งใช้แหล่งพลังงานความร้อนอย่างน้อย 2 แหล่งร่วมกัน สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในกระบวนการอบแห้งได้อย่างมีเสถียรภาพทำให้ลดความชื้นของหมึกกล้วยและหมึกสายได้ตามค่าที่ต้องการคุณภาพสีของผลิตภัณฑ์อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ประกอบการยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาด ต้นทุนการแปรรูปหมึกแห้งเฉลี่ยลดลงจาก 296.48 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ291.10 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 5.38บาทต่อกิโลกรัมหรือคิดเป็นร้อยละ1.81ขณะที่ผลผลิตต่อตารางเมตรเพิ่มขึ้นจาก 182 บาทต่อตารางเมตร เป็น 248.50 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 66.50 บาทต่อตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 36.50 ส่งผลให้ผลประโยชน์รวมจากการใช้นวัตกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.97 โดยมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เท่ากับร้อยละ 20.23 และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) เท่ากับ 2.17 เท่า คิดเป็นมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวม 318,520.80 บาท ภายในระยะเวลา 7 เดือนของการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งผลลัพธ์บ่งชี้ว่า นวัตกรรมโรงเรือนอบแห้งระบบไฮบริด ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเชิงกายภาพแต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเลอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
คณิสา ศิริพงษ์. (2566). ผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) จากการลงทุนโครงการของภาครัฐ กรณีศึกษาโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6004030034_19267_29389.pdf
พรพิมล อริยะวงษ์. (2564). การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) เพื่อสร้างความยั่งยืนของกลุ่มทอผ้ากี่กระตุกไหล่หินตะวันตก อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง. วารสารด้านการบริหารรัฐกิจและการเมือง, 10(2), 147–166. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/papojournal/article/view/254670
ประเวศ วะสี, ป. (2547). สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา: กระบวนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม. สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
ศิริวรรณ อาจบำรุง. (2562). ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2550). ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการประยุกต์ใช้. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). โมเดลเศรษฐกิจ BCG กับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
Brown, T. (2008). Design thinking. Harvard Business Review, 86(6), 84–92. https://www.scirp.org/reference/referencespapers?referenceid=3028459
Brown, T. (2009). Change by design: How design thinking creates new alternatives for business and society. HarperCollins.
Nicholls, J., Lawlor, E., Neitzert, E., & Goodspeed, T. (2012). A guide to social return on investment. The SROI Network.
Norman, D. A. (2013). The design of everyday things (Revised and expanded ed.). Basic Books.
Schumacher, E. F. (1973). Small is beautiful: A study of economics as if people mattered. Blond & Briggs.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลพระนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร อยู่ภายใต้การอนุญาตของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เว้นแต่จะได้รับอนุญาติเป็นอย่างอื่น