การประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสู่การสร้างคนดีให้สังคม โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

วรรณพร ศิลาขาว

บทคัดย่อ

        การประเมินโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมิน  1) ด้านสภาพแวดล้อมหรือบริบทของโครงการ  2) ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ 3) ด้านกระบวนการของโครงการ 4) ด้านผลผลิตของโครงการ ได้แก่    ประเมินผลกระทบ ประเมินประสิทธิผล ประเมินความยั่งยืน ประเมินการถ่ายทอดส่งต่อ และประเมินความคิดเห็นในการส่งเสริมพัฒนาโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมิน CIPPiest Model ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน 1 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน 4 คน ครู 93 คน คณะกรรมการสถานศึกษา 13 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 291 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 291 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม จำนวน 4 ฉบับ มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่าของลิเคิร์ทโดยฉบับที่ 1 ก่อนดำเนินโครงการด้านสภาพแวดล้อมและด้านปัจจัยนำเข้า ฉบับที่ 2 ระหว่างดำเนินโครงการด้านกระบวนการ ฉบับที่ 3 ด้านผลผลิตของการดำเนินโครงการ ฉบับที่ 4 ด้านผลกระทบ ประสิทธิผล ความยั่งยืนและการถ่ายทอดส่งต่อของการดำเนินโครงการ โดยฉบับที่ 3 และฉบับที่ 4 ประเมินระยะสิ้นสุดการดำเนินโครงการ และสนทนากลุ่มเพื่อพัฒนาโครงการ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถามใช้สถิติค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการสนทนากลุ่มเป็นการสรุปสาระสำคัญ  


          ผลการประเมินโครงการ พบว่า 1) ด้านสภาพแวดล้อมหรือบริบท (Context) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยชุมชน ผู้ปกครองและหน่วยงานภายนอกให้ความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินโครงการ 2) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผู้บริหาร ครู และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือดูแลเอาใจใส่ต่อการดำเนินงานตามโครงการ 3) ด้านกระบวนการ (Process) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยการดำเนินกิจกรรมทั้ง 20 กิจกรรม มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและมีความเหมาะสม 4) ด้านผลผลิต (Product) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นอย่างดี โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 4.1) ด้านผลกระทบ (Impact) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โครงการทำให้นักเรียนมีความเป็นผู้นำด้านความประพฤติดี มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตนตามระเบียบของโรงเรียน และโรงเรียนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานภายนอก (รางวัลเกียรติคุณสัญญา ธรรมศักดิ์) 4.2) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยโครงการทำให้นักเรียนมีความเป็นผู้นำมีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตนตามระเบียบของโรงเรียน 4.3) ด้านความยั่งยืน (Sustainable)    ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยนักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการไปใช้ในการดำเนินชีวิตในโรงเรียน ครอบครัวและในสังคมได้อย่างมีความสุข 4.4) ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ (Transportability) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งโครงการมีประโยชน์ต่อโรงเรียน คณะครู บุคลากรและนักเรียน รวมทั้งสามารถปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและสร้างเด็กดี..สู่สังคมได้เป็นอย่างดี และ 5) ผลการประเมินความคิดเห็นและส่งเสริมพัฒนาโครงการ โดยการสนทนากลุ่ม (focus group) สรุปได้ว่า เป็นโครงการที่ดีมากและมีประโยชน์กับนักเรียน ควรให้หลาย ๆ โรงเรียนได้มีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เพ็ญแข ประจนปัจนึก และคณะ. (2551). การยกระดับคุณธรรม จริยธรรมของ สังคมไทยเพื่อการปฏิรูปสังคม : แนวทางและการปฏิบัติ. รายงานการวิจัย.

สุทัศน์พงษ์ กุลบุตร. (2550). การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แก่นักศึกษา. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

ประภัสสร วงษ์ดี และคณะ. (2554). การประเมินโครงการตามแนวของ CIPIEST Model. วารสารครุสาร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักนายกรัฐมนตรี. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่3) พ.ศ.2553. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

โรงเรียนประชาอุทิศ, สารสนเทศ. (2566). สารสนเทศโรงเรียนประชาอุทิศ (จันทาบอนุสรณ์, 2565-2566). สำนักงานเขตดอนเมือง.

ปิยะมาศ ฉายชูวงษ์. (2560). การประเมินโครงการโรงเรียนสุจริตของโรงเรียนประดู่งาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

วรนิษฐา คำยศ. (2564). การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมตามแนวทางพระบรมราโชบาย

ด้านการศึกษาของโรงเรียนชุมชนบ้านทุ่ง (อินมีอุปถัมภ์). วารสารครุทรรศน์, 1(2), 1-20.

Maple, Elezabeth Marple.(1988, November). “Effective Procedures Used In Elementary Pupil Discripline.” Dissertation Abstract International. 29, 212.