The Application of Good Governance Principles to Enhance Fiscal Management Efficiency of Sub-district Municipalities in Kamala Sai District, Kalasin Province The Application of Good Governance Principles to Enhance Fiscal Management Efficiency of Sub-district Municipalities in Kamala Sai District, Kalasin Province

Main Article Content

Weerapong Kammoon
Jirapon Promphoonga

Abstract

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการใช้หลักธรรมาภิบาล (2) เปรียบเทียบความคิดเห็นจำแนกตามเพศ อายุ และระดับการศึกษา และ (3) ศึกษาปัจจัยของหลักธรรมาภิบาลที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานคลัง เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 260 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจงและการสุ่มแบบโควตา เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ t-test, One-way ANOVA และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ


          ผลการวิจัยพบว่า (1) การใช้หลักธรรมาภิบาลโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยทุกด้านอยู่ในระดับมาก ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า และหลักการมีส่วนร่วม (2) เพศและอายุไม่มีผลต่อความคิดเห็นต่อการใช้หลักธรรมาภิบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ระดับการศึกษามีผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (3) หลักธรรมาภิบาลทั้ง 6 ด้านมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานคลังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 87.60 ทั้งนี้ หลักความคุ้มค่ามีอิทธิพลมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ หลักนิติธรรม และหลักความรับผิดชอบ


          ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงานคลังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของเทศบาลตำบล โดยเฉพาะด้านความคุ้มค่าและการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งช่วยให้การใช้ทรัพยากรสาธารณะเกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใส และตรวจสอบได้

Article Details

How to Cite
Kammoon, W., & Promphoonga, J. (2026). The Application of Good Governance Principles to Enhance Fiscal Management Efficiency of Sub-district Municipalities in Kamala Sai District, Kalasin Province: The Application of Good Governance Principles to Enhance Fiscal Management Efficiency of Sub-district Municipalities in Kamala Sai District, Kalasin Province. RATANABUTH JOURNAL, 8(1), 485–497. retrieved from https://so07.tci-thaijo.org/index.php/rtnb/article/view/10721
Section
Research Article

References

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2565). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการบริหารงานการเงินและการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กระทรวงมหาดไทย.

กมลวรรณ ศรีม่วง. (2560). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 10(2), 45–58.

ติยานนท์ แสงบุตร. (2563). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 8(1), 112–125.

ธิติญา ระวะนาวิก, และคณะ. (2567). ความรับผิดชอบของบุคลากรกับประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐ. วารสารการบริหารภาครัฐ, 12(1), 77–92.

วิภาณี เทียมจันทร์. (2564). การบริหารงานงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร. วารสารการศึกษาและการพัฒนา, 16(2), 89–102.

ศักดิ์ชัย แก้วสีดา. (2560). ธรรมาภิบาลกับประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏ, 5(1), 23–35.

ศิรประภา พัดลม. (2564). ความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐกับความเชื่อมั่นของประชาชน. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์, 19(3), 55–70.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2546). หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี. สำนักงาน ก.พ.ร.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2563). แนวทางการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (LPA). สำนักงาน ก.พ.ร.

สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์. (2567). รายงานผลการประเมินประสิทธิภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (LPA) ประจำปี 2567. กระทรวงมหาดไทย.

สำนักนายกรัฐมนตรี. (2546). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2546. กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สุมนา ยิ้มซ้อย. (2561). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารวิจัยและพัฒนา, 13(1), 101–115.

Azmat, F. (2002). Good governance and market-based reforms: A study of Bangladesh. University Press Limited.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.