กระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจของชุมชนเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืน
คำสำคัญ:
การสร้างพลังอำนาจชุมชน, ความเข้มแข็งชุมชน, การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษากระบวนการสร้างพลังอำนาจของชุมชนเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยเน้นว่าการพัฒนาศักยภาพของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประสิทธิภาพและความต่อเนื่อง การบูรณาการหลักการบริหารตามแนวคิดของอองรี ฟาโย ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์การ การสั่งการ การประสานงาน และการควบคุม เข้ากับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศทั้ง 6 ด้าน ช่วยให้การดำเนินงานด้านน้ำมีโครงสร้างที่ชัดเจน เป็นระบบ และเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน กระบวนการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การร่วมคิด ร่วมวางแผน จัดองค์กร ขับเคลื่อนกิจกรรม ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการติดตามและควบคุมการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ครอบคลุมการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ความมั่นคงน้ำภาคการผลิต การรับมือปัญหาน้ำท่วมและอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการบริหารจัดการเชิงระบบ ผลจากการประยุกต์ใช้หลัก POCCC ทำให้ชุมชนเกิดการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และสามารถตัดสินใจบนฐานข้อมูลและความรู้ในพื้นที่ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม ลดความขัดแย้ง เพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม องค์ความรู้ที่ได้รับสะท้อนว่า ความยั่งยืนของการจัดการทรัพยากรน้ำจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เมื่อชุมชนเป็นศูนย์กลางของการบริหารจัดการและได้รับการเสริมพลังอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
กรมชลประทาน. (2567). รายงานสรุปสถานการณ์น้ำจังหวัดชลบุรี ปี 2566. กรุงเทพฯ: กรมชลประทาน.
นภาภรณ์ หะวานนท์, เพ็ญสิริ จีระเดชากุล และสุรวุฒิ ปัดไธสง. (2550). ทฤษฎีฐานรากในเรื่องความเข้มแข็งของชุมชน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
บุผาชาติ จันทร์หอม. (2564). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดการน้ำสู่ความยั่งยืน. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(6), 340-356.
พยอม วงศ์สารศรี. (2542). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: พรานนกการพิมพ์.
พรธิดา วิเชียรปัญญา. (2547). การจัดการความรู้: พื้นฐานและการประยุกต์ใช้. กรุงเทพฯ: ธรรกมลการพิมพ์.
รสสุคนธ์ พหลเทพ. (2546). ความเป็นผู้นำเป้าหมาย และพลังอำนาจในสถาบันอุดมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รังสรรค์ ประเสริฐศรี. (2549). การจัดการสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2549). การบริหารจัดการ. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: ทรัพย์เพิ่มการพิมพ์.
วิรัช สงวนวงษ์วาน. (2553). การจัดการและพฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: บริษัทซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน).
สมภพ ระงับทุกข์. (2554). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: เกศิณี.
สมยศ นาวีการ. (2551). การบริหารกลยุทธ์. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: บรรณกิจ.
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ. (2560). แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ (ปี พ.ศ. 2561 – 2580). กรุงเทพฯ: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ.
สุรพล สุยะพรหม และคณะ. (2555). พื้นฐานทางการจัดการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย.
Henderson A M. and Talcott Parsons. (1947). Max Weber: The Theory of Social and conomicOrganization. New York: Free Press.
Adrian Wilkinson. (1998). Empowement: Theory and Practice. Personnel review, 27(1), 178-188.
Belinda E. Puetz. (1988). Empowerment in Occupational Health Nursing: Wielding Power through Expertise. AAOHN Journal, 36(12), 54-67.
Lashley C. (2001). Empowerment: HR Strategies for Service Excellence. Oxford: Butterworth-Heinemann.
Scott C.D. & Jaffe D.T. (1991). Empowerment : Building a Committed Workface. California : Kogan Page.
Fred Luthans. (1986). Organizationa! Behevior. New York: McGraw-Hill Book Com.
Harold Karold and Heing Weihrich. (1998). Management. Singapore: Mc Graw-Hill Book Company.
Hoy W. K. & Miskel. (2001). Education administration: Theory research and practice. New York: MaGraw-Hill.C. G.
French J.P. & Raven B. (1960). The bases of social power. New York: Harper and Row.
Knezevich S.J. (1984). Administration of public education. New York: Harper & Row.
Weihrich H. & Koontz H. (2005). Management: A Global Perspective. 11th ed., New York: Weihrich & Koong.
