ปัจจัยภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อ การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดหนองคาย

ผู้แต่ง

  • ชญานันต์ ศรีกวนชา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • พนายุทธ เชยบาล สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • พัชรินทร์ ชมภูวิเศษ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำทางวิชาการ, การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้, วัฒนธรรมองค์กร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสมการพยากรณ์ปัจจัยภาวะผู้นำทางวิชาการที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ดำเนินการเป็น 2 ขั้นตอน  ได้แก่ 1) ศึกษาองค์ประกอบของภาวะผู้นำทางวิชาการและการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้             โดยใช้แบบยืนยันองค์ประกอบ และ 2) ศึกษาปัจจัยภาวะผู้นำทางวิชาการที่ส่งผลต่อ                การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงาน                      เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย ปีการศึกษา 2568 จำนวน 340 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ด้วยการเปิดตารางเครจซี่และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่ม           แบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตอนที่ 2 ปัจจัยภาวะผู้นำทางวิชาการในด้านการจัดการหลักสูตร การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การกำหนดภารกิจ และการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้                             ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91, 0.93, 0.92 และ 0.88 ตามลำดับ ส่วนการเป็นองค์กร            แห่งการเรียนรู้มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ

ผลการวิจัยพบว่า สมการพยากรณ์ปัจจัยภาวะผู้นำทางวิชาการสามารถอธิบาย          ความแปรปรวนของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ร้อยละ 67.40 โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุด ได้แก่ การจัดการหลักสูตร รองลงมาคือ การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การกำหนดภารกิจ และการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ตามลำดับ ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญของบทบาทผู้นำทางวิชาการในเชิงระบบ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาการบริหารสถานศึกษา                 

เอกสารอ้างอิง

ชัยชาญ สุขีรักษ์. (2565). การบริหารสถานศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

นิตนา ฐานิตธนกร. (2560). การพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ในพื้นที่ห่างไกล. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

ปวีณา บุทธิจักร. (2563). การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กรเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในโรงเรียน. อุดรธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

ปรียาภรณ์ เรืองเจริญ. (2560). คุณภาพงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษาไทย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.

เพียงตะวัน อ้าวเจริญ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการกับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนในภาคตะวันออก. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

ศรายุทธ บุญเผือก. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในยุควิถีใหม่. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.

สมัย สมบัติ. (2560). การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในองค์กรทางการศึกษา. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12. กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1. (2568). คู่มือปฏิบัติงานกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา. หนองคาย: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2. (2568). คู่มือปฏิบัติงานกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา. หนองคาย: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2.

อมรรัตน์ ไทรเมือง. (2565). การกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจเพื่อการพัฒนาสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Goldhammer, R., Anderson, R. H., & Krajewski, R. J. (1980). Clinical Supervision: Special Methods for the Supervision of Teachers. 2nd ed. New York: Holt, Rinehart and Winston.

Glickman, C. D. (2007). Supervision and Instructional Leadership: A Developmental Approach. Boston: Allyn & Bacon.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate Data Analysis: A Global Perspective. Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.

Hallinger, P., & Murphy, J. (1985). Assessing the Instructional Management Behavior of Principals. Elementary School Journal, 86(2), 217 - 247.

Katz, J. H. (2020). Psychological Safety and Professional Development in Education. London: SAGE Publications.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607 - 610.

Senge, P. M. (2006). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. New York: Doubleday/Currency.

Vangrieken, K., Meredith, C., Packer, T., & Kyndt, E. (2020). Teacher Collaboration as a Learning Organization Strategy. Brussels: University Press.

Zepeda, S. J. (2017). Instructional Supervision: Applying Tools and Concepts. 4th ed. New York: Routledge.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-21

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย