แนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2
คำสำคัญ:
แนวทางพัฒนา, การบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัลบทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล 2) เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล จำแนกตามวุฒิ และประสบการณ์งาน 3) เพื่อหาแนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างเปิดตารางเครจซี่และมอร์แกน ประกอบด้วยผู้บริหารและครูวิชาการ จำนวน 181 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ปัญหาการพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล พบว่า ด้านที่มีความถี่มากที่สุด คือ ด้านการนิเทศการศึกษา 2) การเปรียบเทียบสภาพการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล จำแนกตามวุฒิการศึกษา โดยภาพรวมไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนการจำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน พบว่า ด้านการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา และด้านการนิเทศการศึกษา แตกต่างกัน อย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) แนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในยุคดิจิทัล พบว่า ผู้บริหารควรวางแผนและพัฒนาการบริหารงานวิชาการอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบ O-NET เป็นฐาน สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การวัดและประเมินผลที่หลากหลาย การใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล และการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
วราภรณ์ ศรีสุข. (2564). การพัฒนาระบบการประเมินผลการเรียนรู้ฐานสมรรถนะในโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารการศึกษา, 15(1), 45–60.
วลัยลักษณ์ อินนอก. (2567). การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษายุคดิจิทัล.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.
ศิริพร จันทรา, และณรงค์ศักดิ์ วงศ์พานิช. (2564). การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในยุคดิจิทัล. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 14(2), 85–102.
สารินทร์ เอี่ยมครอง. (2561). แนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัด
ชัยนาท สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แนวทางการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล.
กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งรัฐ.สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). ใน รายงานการศึกษาแห่งชาติ 2564.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (ปรับปรุงปี 2565).กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2. (2568). ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2567. กำแพงเพชร: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2. (2567). แผนบริหาร
การศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. กำแพงเพชร: สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2.
สุวรรณา จิตต์มั่น, และประสิทธิ์ วัฒนศิริ. (2564). การบริหารหลักสูตรโดยใช้ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารการศึกษา, 14(2),
–99.
อภิวัฒน์ แสงเพชร. (2565). สมรรถนะครูด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 19(2), 73–88.
อรอนงค์ พรมมา, และสมชาย แก้วคำดี. (2565). การใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการบริหารการศึกษา, 16(2), 45–60.
