การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมการอ่านออกเสียงภาษาจีนโดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยีการสังเคราะห์เสียงจากข้อความ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
คำสำคัญ:
การอ่านออกเสียงภาษาจีน, สมองเป็นฐาน, เทคโนโลยีการสังเคราะห์เสียงบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อสร้างและหาคุณภาพของหลักสูตรส่งเสริมการอ่านออกเสียงภาษาจีนโดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยีการสังเคราะห์เสียงจากข้อความ 2) เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรส่งเสริมการอ่านออกเสียงภาษาจีนโดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยีการสังเคราะห์เสียงจากข้อความ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนอนุบาลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง จำนวนนักเรียน 25 คน จากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1.หลักสูตร 2.เอกสารประกอบหลักสูตรฯ 3.แบบประเมินการอ่านออกเสียงภาษาจีน จำนวน 25 ข้อ โดยแบ่งเป็นการอ่านคำศัพท์ 20 ข้อ และการอ่านประโยคสั้นๆ 5 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t – test dependent samples
ผลการศึกษาพบว่า 1) การสร้างและตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรฯ มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด (x̄ = 4.68, S.D.= 0.47) และเอกสารประกอบหลักสูตรฯ มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.89, S.D.= 0.25) และ 2) การศึกษาผลการใช้หลักสูตรฯ พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรฯ พบว่าผลก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (x̄ = 9.00, S.D. = 1.63) และผลหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (x̄ = 18.64, S.D. = 1.22 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนหลังเรียนของเด็กนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 48.44, p < .05)
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ปรับปรุง 2560).
จริญญา สอนสุด. (2550). ผลการสอนโดยใช้เกมที่มีต่อการเรียนรู้ศัพท์ ความคงทนในการเรียนรู้ และเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ในวิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ณีรนุช เบ้าวันดี. (2552). การอ่านและการเขียนคำยากสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ แบบฝึกทักษะตามแนวคิดสมองเป็นฐาน.ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นพวรรณ แก้วหนองแดง, & เกษกนก วรรณวัลย์. (2567). การพัฒนาทักษะการออกเสียงในระบบสัทอักษรพินอินโดยใช้สื่อมัลติมีเดียร่วมกับแบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิชาการศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 11(1), 120–132.
ประกาย ว่องวิการณ์. (2559). ผลการสอนตามแนวการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2.ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ผกาพรรณ งันทะ. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยโดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวสมองเป็นฐานร่วมกับสื่อเกมกระดาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พรพิไล เลิศวิชา. (2558). การพลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Dedi M., Muhammad W., Arsyad M., Muhammad Z., (2024). Utilization of Artificial Intelligence with Text-To-Speech Technology Based on Natural Language Processing to Enhance Arabic Listening Skills for Non-Native Speakers.Journal of Arabic Linguistics and Education, 10(1), December 2024, 44-58.
Eman Abdel-Reheem Amin (2024). EFL Students' Perception of Using AI Text-to-Speech Apps in Learning Pronunciation. Migration Letters, 21(3), 887–903.
Jensen, E. (2000). Brain-based learning. San Diego, CA: The Brain Store.
Kang, M., Kashiwagi, H., Treviranus, J., & Kaburagi, M. (2008). Synthetic speech in foreign language learning. International Journal of Speech Technology, 11(2), 97–106.
Leong, C. K., & Lee, S. H. (2018). The role of text-to-speech technology in language learning. Journal of Educational Technology, 15(2), 45–60.
