การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ IADDR เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ และสมรรถนะการคิดเชิงออกแบบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี

ผู้แต่ง

  • ปิยวรรณ มาตย์เทพ โรงเรียนกุดจับประชาสรรค์

คำสำคัญ:

รูปแบบการจัดการเรียนรู้, IADDR Model, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, สมรรถนะการคิดเชิงออกแบบ, การวิจัยและพัฒนา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ IADDR 3) ประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ 4) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน 5) เปรียบเทียบสมรรถนะการคิดเชิงออกแบบก่อนและหลังเรียน และ 6) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบ IADDR การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ และในระยะทดลองใช้รูปแบบใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อน–หลัง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบ IADDR แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบประเมินสมรรถนะการคิดเชิงออกแบบ และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ และการคำนวณขนาดอิทธิพล (Cohen’s d)

            ผลการวิจัยพบว่า (1) การจัดการเรียนรู้ยังมีความจำเป็นต้องพัฒนาในระดับสูง โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการคิดเชิงออกแบบและการแก้ปัญหา (2) รูปแบบ IADDR ที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบ 8 องค์ประกอบ และกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น ได้รับการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (3) ประสิทธิภาพของรูปแบบเท่ากับ 88.39/93.93 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 (4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับสูงมาก (d = 2.72) (5) สมรรถนะการคิดเชิงออกแบบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับสูงมาก (d = 2.42) และ (6) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบ IADDR โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการวิจัยสะท้อนว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ IADDR มีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการคิดเชิงออกแบบของผู้เรียนอย่างชัดเจนทั้งในด้านผลทางสถิติและผลที่เกิดขึ้นจริงกับผู้เรียน

เอกสารอ้างอิง

กนิษฐา เชาว์วัฒนกุล และคณะ. (2568). ผลการศึกษาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้โดยใช้การคิดเชิงออกแบบ

ของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูสาขาคณิตศาสตร์ศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์.

วารสารศาสตร์การศึกษาและการพัฒนามนุษย์, 9(1), 16–29.

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร:

สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นฤมล มีมุข. (2565). ผลการจัดการเรียนการสอนแบบผสมสานโดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับการ

เขียนโปรแกรมเชิงจินตภาพส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนานวัตกรรมของนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาตอนปลาย. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น(พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

ปวริศร ภูมิสูง. (2564). การพัฒนาการคิดเชิงออกแบบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัด

การเรียนรู้ตามแนวทางสตีมศึกษา. วารสารการบริหารและการนิเทศการศึกษา มหาวิทยาลัย

มหาสารคาม, 12(13), 204–215.

โรงเรียนกุดจับประชาสรรค์. (2567). ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยีของนักเรียน

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2565-2567 [เอกสารภายใน].

โรงเรียนกุดจับประชาสรรค์. (2567). ข้อมูลจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567

[เอกสารภายใน].

โรงเรียนกุดจับประชาสรรค์. (2568). ข้อมูลจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568

[เอกสารภายใน].

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). (2563). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.4. กรุงทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการ

เรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้. กระทรวงศึกษาธิการ.

สุกัญญา ตางาม. (2562). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม วิชา

เทคโนโลยีสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต,

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

สุพรรษา สุวรรณชาตรี และคณะ. (2566). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ PROSA เพื่อส่งเสริมความคิด

สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. Journal of Roi Kaensarn

Academi, 8(4), 192–206.

สุรางค์ โค้วตระกูล. (2559). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิมล ติรกานันท์. (2557). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์:แนวทางสู่กสนปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่ง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.

Barrows, H. S. (1996). Problem-based learning in medicine and beyond: A brief overview. New

Directions for Teaching and Learning, 1996(68), 3–12. https://doi.org/10.1002/tl.37219966804

Brown, T. (2009). Change by design: How design thinking transforms organizations and inspires

innovation. Harper collins publishers.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ:

Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.

McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for intelligence. American Psychologist,

(1), 1–14. https://doi.org/10.1037/h0034092

Razzouk, R., & Shute, V. (2012). What is design thinking and why is it important? Review of

Educational Research, 82(3), 330–348. https://doi.org/10.3102/0034654312457429

Savery, J. R. (2006). Overview of problem-based learning: Definitions and distinctions. Interdisciplinary Journal of Problem-Based Learning, 1(1), 9–20. https://doi.org/10.7771/1541-5015.1002

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-21

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย