สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุราษฎร์ธานี ชุมพร
คำสำคัญ:
สมรรถนะ, ผู้บริหารสถานศึกษา, ประสิทธิภาพบทคัดย่อ
สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษา
4) เพื่อศึกษาตัวแปรพยากรณ์สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษา ประชากร ได้แก่ ครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2568 ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 341 คน จากตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน และใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) โดยวิธีการจับฉลากชื่อครูแบ่งตามชื่อโรงเรียนแบบไม่ใส่คืน เครื่องมือที่ใช้วิจัยคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน สถิติการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบปกติและแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53, = 0.21) 2) ประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53, = 0.20) 3) สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูง (r = .725) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) ตัวแปรพยากรณ์สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษา พบว่า เมื่อนำตัวแปรสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ ด้านความร่วมแรงร่วมใจ สามารถร่วมกันทำนายประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษา ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้ร้อยละ 53.5 สามารถสร้างสมการถดถอยในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐานสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ ŷ = 1.731 + .380 (X3) + .238 (X4) และสมการคะแนนมาตรฐาน Ẑ = .487 (X3) + .236 (X4)
เอกสารอ้างอิง
กนกพร โหงวเกิด. (2566). สมรรถนะหลักของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2. e-Journal of Education Studies, Burapha University, 5(2), 45–60.
ทิพวัลย์ ชาลีเครือ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครู ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดระยอง. ในวิทยานิพนธการศึกษามหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
ปัทมา มีพรหมดี. (2562). การศึกษาความสัมพันธ์พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารที่มีต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33.ในวิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.
พิสนุ ฟองศรี. (2552). วิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.
โรงเรียนนาสาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร. (2566). รายงานแผนพัฒนาสถานศึกษา. สุราษฎร์ธานี: โรงเรียนนาสาร.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร. (2567). ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ปีการศึกษา 2567. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2560). กรอบสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงาน ก.ค.ศ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). [เอกสารกรอบสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา].
Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: A model for effective performance. New York: John Wiley & Sons.
Fullan, M. (2014). The principal: Three keys to maximizing impact. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for “intelligence.” American Psychologist, 28(1), 1–14.
