การพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนโดยใช้การมีส่วนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2
คำสำคัญ:
โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้, การมีส่วนร่วม, การพัฒนาโรงเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนโดยใช้การมีส่วนร่วม 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนโดยใช้การมีส่วนร่วม 3) เพื่อประเมินแนวทางการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนโดยใช้การมีส่วนร่วม ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 302 คน โดยสุ่มแบบแบ่งชั้นตามขนาดโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนา จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน โดยใช้การสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และการวิเคราะห์เนื้อหา และระยะที่ 3 ประเมินแนวทางการพัฒนา โดยผู้เชี่ยวชาญ 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1) สภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และความต้องการจำเป็นมีค่าระหว่าง 0.218 - 0.306 ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) รองลงมา ได้แก่ การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน วิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกัน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ความเป็นประชาธิปไตย และ การทำงานร่วมกันและความเป็นกัลยาณมิตร ตามลำดับ
2) แนวทางการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้โดยใช้การมีส่วนร่วม ประกอบด้วย 6 ด้าน รวม 48 แนวทาง
3) การประเมินแนวทางด้าน ความเหมาะสม ความเป็นประโยชน์ และความเป็นไปได้ โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กุลณัฐ ศรประชุม. (2567). แนวทางการพัฒนาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 4(2), 144-156.
ซาโต มานาบุ. (2559). การปฏิรูปโรงเรียน แนวความคิด ชุมชนแห่งการเรียนรู้ กับการนำ ทฤษฎีมาปฏิบัติจริง. กรุงเทพฯ: ปิโก (ไทยแลนด์)
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น .(พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปานระพี มหาสาโร. (2563). การพัฒนาแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศนิชา ภาวโน. (2562). รูปแบบการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้. ใน ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล. เรียกเมื่อ 1 กรกฎาคม 2568, จาก http://hrms.obec.go.th
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2568. เรียกเมื่อ 5 สิงหาคม 2568, จาก https://www.loei2.go.th/wp/แผนปฏิบัติการประจำปีงบ-4
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น .(พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ธรรมดาเพรส.
อมตา จงมีสุข. (2563). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรังสิต.
อรวรรณ สุขศรี. (2565). การพัฒนาแนวทางการบริหารโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Barth, R. S. (2000). Building a community of learners. Principal, 79(1), 68-69.
EDUCA. (2019). EDUCA ขับเคลื่อนโรงเรียนในไทย นำแนวคิด SLC ไปใช้ตั้งเป้าสร้างคุณภาพและโอกาสที่เท่าเทียมแก่นักเรียนทุกคน. เรียกเมื่อ 1 สิงหาคม 2568, จาก https://www.educathai.com/knowledge/articles/45
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York: Doubleday.
Sergiovanni, T. J. (1994). Building community in schools. San Francisco: Jossey-Bass.
