ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอแปลงยาว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2

ผู้แต่ง

  • กัญจน์ วิเศษลา มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
  • อัจศรา ประเสริฐสิน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำทางวิชาการ, การบริหารงานวิชาการ, ผู้บริหารสถานศึกษา

บทคัดย่อ

  การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา เปรียบเทียบผลและศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอแปลงยาว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 จากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู จำนวน 149 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วน 5 ระดับ (Rating Scale) มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง .80–1 และมีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) .956 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยเป็นรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ (Sheffe’s posthoc comparison) (F-test)  และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)

  ผลการวิจัย พบว่า

  1) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอแปลงยาว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ( =4.10, S.D.= 0.074) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการประเมินผลและตรวจสอบ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (  = 4.12, S.D.= 0.142)  รองลงมาคือ ด้านการนิเทศการสอน มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก  ( = 4.10, S.D.= 0.143) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการส่งเสริมบรรยากาศทางวิชาการ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ( = 4.09, S.D.= 0.113)

  2) ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดโรงเรียน ที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอแปลงยาว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 โดยภาพรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01

  3) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ควรมุ่งเน้นการกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจทางวิชาการที่ชัดเจน ควบคู่กับการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา รวมถึงการนิเทศการสอนและการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมบรรยากาศทางวิชาการที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการทำงานร่วมกันของครู

เอกสารอ้างอิง

กรองกาญจน์ อรุณเมฆ. (2564). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. หาวิทยาลัยศิลปากร.

กิ่งกาญจน์ สุขสำราญ. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มอำเภอปลวกแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเกริก.

พัฒนพงษ์ นามพิมพ์. (2567). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสารสิรินธรปริทรรศน์. 25(1), 457-466.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

อัจศรา ประเสริฐสิน. (2564). เครื่องมือการวิจัยทางการศึกษาและสังคมศาสตร์ Research

Instruments in Education and Social Sciences. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อลิน จันทรมัย. (2568). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5. วารสารส่งเสริมและพัฒนา

วิชาการสมัยใหม่. 3(3), 8-10.

Gumus, S., & Bellibas, M. S. (2022). The relationship between instructional leadership and school outcomes: Evidence from international data. Educational Studies, 48(6), 1–17.

Hallinger, P. (2015). The evolution of instructional leadership. In L. W. Hughes (Ed.), The handbook of educational leadership and management (pp. 1–23). Routledge.

Hallinger, P., Liu, S., & Aung, P. N. (2025). Instructional leadership in Asia: A systematic review of research. Education Sciences, 15(7), 817.

He, P., Guo, F., & Abazie, G. A. (2024). School principals’ instructional leadership as a predictor of teacher’s professional development. Asian-Pacific Journal of Second and Foreign Language Education, 9(63).

Irfan ,Bashir & Usman, Khalil. (2017,Spring). “Instructional Leadership at University Level in Pakistan: A Multi Variable Based Comparative Study of Leadership Styles of Heads of Academic Departments,” in Bulletin ofEducation and Research. 39 (1), 175-186.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย