การบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3

ผู้แต่ง

  • สุพรรณี มะลิเลิศ วิทยาลัยนครราชสีมา
  • พรหมินทร์ ศรีหมื่นไวย วิทยาลัยนครราชสีมา
  • พจน์ เจริญสันเทียะ วิทยาลัยนครราชสีมา

คำสำคัญ:

การบริหารจัดการ, การเรียนรู้เชิงรุก, ผู้บริหารสถานศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามตำแหน่ง ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน               3) ศึกษาแนวทางการบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 343 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.80 – 1.00 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.90 และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที ค่าเอฟ และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีการของเชฟเฟ่ 

ผลการวิจัยพบว่า

  1. การบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
  2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3  จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ และระดับการศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน
  3.   แนวทางการบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ประกอบด้วย ด้านการประเมินความต้องการพัฒนา   ด้านการออกแบบหลักสูตรพัฒนาครู ด้านการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณ และด้านระบบนิเทศติดตามและประเมินผล 

เอกสารอ้างอิง

จิตสุโข รวยรุ่ง. (2568). การบริหารแหล่งเรียนรู้ที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูใน

สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 19(3), 88-106.

จิราพร รอดพ่วง และคณะ. (2560). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพเพื่อ

เสริมสร้างทักษะ การจัดการเรียนรู้การคิดอย่างเป็นระบบและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักศึกษาวิชาชีพครู. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

นราพร สังข์ทอง. (2562). แนวทางการพัฒนาบุคลากรครูสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต.

กรุงเทพมหานคร: สำนักงานส่งเสริมการศึกษา.

มณีรัตน์ จิตปรีดา. (2568). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูใน

สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 12(3), 81-96.

เพชร ภูผา. (2563). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก: แนวทางและตัวอย่างกิจกรรม. กรุงเทพฯ:

สำนักพิมพ์วิชาการ. รูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. (2567). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์การศึกษา.

วิทยา นุ่นสวัสดิ์. (2560). การบริหารการศึกษาเชิงกลยุทธ์. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สมคิด จันทร์จรัส. (2564). การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและผลกระทบต่อการศึกษา.

วารสารพัฒนาการศึกษา, 12(2), 45–60.

สุชาติ สงวนวัฒนา. (2542). การกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาในพระราชบัญญัติ

การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต.

สถาบันพระปกเกล้า. (2562). มาตรฐานวิชาชีพครูและจรรยาบรรณวิชาชีพในศตวรรษที่ 21.

กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3. (2568). สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3. เรียกใช้เมื่อ 14 ธันวาคม 2568. จาก https://www.brm3.go.th/

สุวรรณรัตน์ เจ๊ะยะหลี. (2568). การพัฒนารูปแบบการบริหารเชิงระบบร่วมกับแนวคิดการ

บริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและทักษะนวัตกรครู โรงเรียนบ้านหาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(12), 193-206.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research

Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย